วันจันทร์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2565

เรียนภาษาอังกฤษ กับ 50 แคปชั่นเศร้า แคปชั่นอกหัก พร้อมคำแปล

It's normal that when love doesn't go well, it has to end the relationship. Each person has different ways of dealing with heartbreak. Some people cry Some people go out to parties to forget their sadness. Or some people express their feelings through social media. which this time who is a delirium Like to express feelings through social media and then we have heartbreaking captions, sad captions posted and the more heartbreaking. but the heart of the people who got dumped Let's leave each other to keep posting. until they find a new person to leave each other

แปลไทย :  เป็นเรื่องปกติที่เมื่อความรักมันไปไม่ได้สวยก็ต้องจบความสัมพันธ์กันไป ซึ่งแต่ละคนก็มีวิธีรับมือกับอาการอกหักแตกต่างกันออกไป บางคนก็ร้องไห้ออกมา บางคนก็ออกไปปาร์ตี้เพื่อให้ลืมความเศร้า หรือบางคนก็ระบายความรู้สึกผ่านโซเชียล ซึ่งในครั้งนี้ใครที่เป็นสายเพ้อ ชอบระบายความรู้สึกผ่านโซเชียลแล้วล่ะก็ เรามี แคปชั่นอกหัก แคปชั่นเศร้า ที่โพสต์แล้วยิ่งเฮิร์ท แต่โดนใจคนโดนเท มาฝากกันให้โพสต์วนไปรัวๆ จนกว่าจะหาคนใหม่ได้มาฝากกัน



  • พยายามเป็นคนที่ใช่ แต่ลืมไปคนที่ใช่ไม่ต้องพยายาม
  • รักที่เราก่อ ฝากเขาสานต่อด้วยนะ
    • แคปชั่นภาษาอังกฤษ : The love that we have made, leave it to him to continue.
  • คนโดนเท ไม่มีใครโอเคนะรู้ไว้ : People get dumped. No one is okay. Know it.
  • แกล้งโง่ก็ลำบาก พอรู้มากก็เสียใจ : It's hard to pretend to be stupid I'm very sad when I know
  • การตั้งความหวัง คือการเสี่ยงกับความเจ็บปวด : hope is the risk of pain
  • นู่นก็ทะเล นี่ก็เขา แล้วเราอยู่ตรงไหน : It's the sea, it's the mountain, and where are we?
  • ความรู้สึกของฉันมันว่างเปล่า เหมือนกับหัวใจของคุณ ที่มันไม่เคยมีฉันอยู่ในนั้น : My feelings are empty like your heart that it never had me in it
  • ไม่มีเหตุผลที่จะอยู่ นั่นแหละคือเหตุผลดีๆ ที่จะไป : no reason to stay That's a good reason to go.
  • อย่ากลัวการเริ่มต้นใหม่ เพราะเราอาจไปได้ไกลมากกว่าเดิม : Don't be afraid to start over because we may go further than before
  • ที่รัก กับ ที่พัก มันมีเส้นบางๆ กั้นกันอยู่ : Honey and the shelter, there's a thin line between them.
  • เจ็บกว่าการไม่รัก คือรักคนที่รักไม่ได้ : hurts more than not loving is to love someone who can't love
  • เสียใจสิบครั้ง ยังไม่เท่ากับ เสียความรู้สึกเพียงครั้งเดียว : regret ten times not equal to feel lost only once
  • คงเป็นใครก็ได้ที่ไม่ใช่ฉัน : Could be anyone but me.
  • ถ้าหากว่าเขาดีกว่า เราก็ยินดีด้วย : If he is better We are also pleased
  • บางคนต้องทนรอ เพื่อยื้อเวลาเจ็บ : Some people have to wait to prolong the time of pain
  • มีไม่กี่คนที่พยายามซ่อมแก้วที่แตกไปแล้วให้อยู่ในสภาพเดิม ไม่ใช่เพราะ เสียดายแต่เพราะยังรักอยู่ : Few people try to restore broken glass to its original condition, not because of regret, but because they still love it.
  • เจ็บปวดกับคำว่าลา และหมดศรัทธากับคำว่ารัก : The pain of saying goodbye and lost faith in the word love
  • เป็นโสดก็เหงา รักเขาก็เจ็บ : Being single is lonely, loving him hurts
  • เวลาที่ควรจะเป็นของเรา เธอเอาไปให้ใครหมด : The time that should be ours She gave it to everyone.
  • สิทธิ์ของคนคุย ได้แค่รอวันที่เขาจะทิ้ง หรือรอลุ้นว่าเขาจะเลือกเราหรือเปล่า : the right to talk just waiting for the day that he will leave or wait to see if he will choose us or not
  • จะถอยหรือเดินหน้า ไม่ได้อยู่ที่ขา มันอยู่ที่ใจ : to retreat or go forward It's not in the legs, it's in the heart.
  • หัวใจเป็นส่วนที่ดื้อที่สุดในร่างกาย เพราะสมองจะเตือนยังไง "หัวใจ" ก็ไม่เคยจำ : The heart is the most stubborn part of the body. Because no matter how the brain warns, "heart" never remembers.
  • เราเป็นคนชั่ว...ชั่วชีวิตมีแต่ความผิดหวัง : We are evil people... all our lives are full of disappointments.
  • การที่เขาเงียบไปนั่นแหละ คือคำตอบของทุกอย่างแล้ว : That he was silent is the answer to everything
  • ไม่มีใครอยากจบ เพื่อเริ่มต้นใหม่เรื่อยๆ หรอก : no one wants to end to start all over again
  • ทนได้เท่าที่ทน เป็นคนไม่ใช่หิน ที่เงียบใช่ว่าชิน มันได้ยินแต่ ทำใจ : endure as long as endure a person not a stone The silence is not that I'm used to it, but I hear it
  • ปากบอกไม่เป็นไร แต่ในใจไปไม่เป็นเลย : mouth says it's okay But in my heart, I can't go at all
  • โลกมันกลม แต่สังคมมันเหลี่ยม : The world is round, but society is square.
  • ไม่ใช่ฉันลืมเธอไม่ลง แต่มันคงลืมเธอไม่ได้ : No, I can't forget you. But it can't forget you
  • กองทัพต้องเดินด้วยท้อง ตัวสำรองต้องเดินด้วยน้ำตา : An army marches on its stomach. The substitute had to walk in tears.
  • บอกให้เชื่อใจ แต่ไม่เคยทำอะไรให้เชื่อเลย : tell me to believe but never did anything to believe
  • แรกๆก็โบกมือทักทาย หลังๆ มาโบกมือบ๊ายบายเฉยเลย : At first they waved greetings, then waved bye-bye.
  • กินอาหารถูกหลัก ถึงอกหักก็แข็งแรง : eat right food Even if the heart is broken, be strong
  • ทำไมเจ้าหญิงต้องรักเจ้าชาย ทั้งที่อสูรกาย ก็รักเจ้าหญิงไม่แพ้กัน : Why does a princess love a prince? Even the monster I love the princess equally.
  • การอยู่คนเดียวมันไม่ได้แย่เลย ถ้าเทียบกับการต้องมาเสียใจกับใครคนนึงซ้ำๆ : Being alone isn't that bad. if compared to having to regret someone repeatedly
  • ขออ่านหนังสือเล่มเดิม แล้วเขียนตอนจบใหม่ได้ไหม : Please read the original book. Can you rewrite the ending?
  • ชอบแทบตาย สุดท้ายได้เป็นแค่น้อง : I like to die. In the end, I'm just a younger brother.
  • ไม่มีใครอยู่ข้างเรา ได้ดีเท่าเงาของตัวเอง : no one beside us as good as your own shadow
  • เจ็บกว่าการเลิกกันแล้วไปมีใหม่ คือกลับไปคบกับคนเก่านี้แหละ : It hurts more than breaking up and going to have a new one. is to go back to dating this old man
  • เห็นค่าในวันที่สาย คำขอโทษก็ไม่มีความหมายอีกแล้ว : see value on late day The apology had no meaning any more.
  • อย่าโทษที่เขาไม่กลับมา โทษตัวเองดีกว่าที่ยังไม่ลืม : Don't blame him for not coming back. Blaming yourself is better than not forgetting.
  • คนที่ห่วงใย ไกลแค่ไหนก็ยังห่วงกัน คนที่ไม่เคยให้ความสำคัญ ใกล้กันทุกวันยังไม่เคยใส่ใจ : People who care about each other, no matter how far away they are, still care about each other. people who never pay attention Close to each other every day, never cared about
  • มีความสุขกับเขา ให้สมกับที่เราเสียใจนะ : happy with him equal to our regret
  • ไม่ใช่ว่าไม่อยากคบใครจริงจัง เพราะเปิดใจทุกครั้งมันก็พังตลอด : It's not that I don't really want to date anyone. Because every time I open my heart, it's always broken.
  • ทำดีกับคนที่ปิดใจ ทำให้ตายก็ไม่มีอะไรดีขึ้นเลย : Do good to people who are closed-minded. Death doesn't get any better.
  • ถึงเกมจะแพ้ แต่ชีวิตต้องไปต่อ : Even if the game is lost, life must go on.
  • ได้แค่กาย แต่ไม่ได้ใจ ก็ไม่มีประโยชน์อะไรเช่นกัน : Physically, but not mentally, it's useless.
  • กลัวเปลืองไฟให้ถอดปลั๊ก กลัวเปลืองรักให้ถอดใจ : Afraid to waste electricity, unplug Afraid to waste love to give up
  • เขาไม่ได้ให้ความหวัง มีแต่เราแหละที่คาดหวังไปเอง : He did not give hope It's only us who expect it.
  • ถ้ามีเค้า แล้วเหงาไม่ต่างจากโสด จะทนอยู่เพื่อทำโทษตัวเองทำไม : If you have them, then being lonely is no different from being single. Why would you endure to blame yourself?

วันจันทร์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2562

ฝึกอ่านคำภาษาอังกฤษ คำอวยพรวันเกิด ภาษาอังกฤษ

คําอวยพรสุขสันต์วันเกิดภาษาอังกฤษ (พร้อมคำแปล)

      และหากใครที่มีคนรู้จักเป็นชาวต่างชาติ การอวยพรเป็นภาษาอังกฤษที่สละสลวย ส่งผลดีอย่างมากต่อความรู้สึกที่ได้รับ วันนี้ Sanook! Campus ได้รวบรวมคำอวยพรที่เป็นภาษาอังกฤษพร้อมทั้งคำแปลเป็นภาษาไทยมาให้ทุกท่านได้นำไปใช้
Wishing you many happy returns on your birthday. May you have many more joyous days.
คำแปล : ขออวยพรให้ท่านมีความสุขมากๆ ในวันเกิด และขอให้ท่านมีวันที่ร่าเริงเช่นนี้ต่อไปอีก
....................................
Wishing you special happiness, wonderfully memories and all the best on your Birthday and every day!
คำแปล : ขอให้เธอมีความสุขที่แสนพิเศษ มีความทรงจำอันแสนมหัศจรรย์ และมีแต่สิ่งดีๆที่ดีที่สุดในวันเกิดของเธอ และในทุกๆวันนะ!
....................................
You have brought so much happiness to my life I just want you to know that how special you are to me.
คำแปล : เธอได้นำเอาความสุข อย่างมากมาย มาสู่ชีวิตของฉัน อยากให้เธอได้รับรู้ว่า เธอนั้นมีความหมายแสนพิเศษเพียงใด สำหรับใจฉัน
....................................
Happy Birthday
Thought's of you
keep you close to my heart
I hope you have a great day!
คำแปล : สุขสันต์วันเกิด คิดถึงเธอนะ มีเธออยู่เสมอในใจนี้ ขอให้มีวันเกิดที่แสนดีนะจ๊ะ!
....................................
May this birthday be the beginning of the best years of your life.
ขออวยพรให้ในวันเกิดนี้เป็นปีที่เริ่มต้นที่ดีที่สุดของคุณ
....................................
We are sending you this Birthday greeting because we want to remind you that you are Very precious to us!
คำแปล : พวกเราส่งความสุข มาให้ในวันเกิดของเธอ
เพราะอยากเตือนใจเธอให้รู้ไว้ ว่าเธอน่ะ เป็นรักที่ยิ่งใหญ่ของเรานะ
....................................
Have a Happy Birthday, request have strong health, there is the progress in the work and have one's hopes fulfilled for what, wish every the points.
คำแปล : สุขสันต์วันเกิด ขอให้สุขภาพแข็งแรง มีความเจริญก้าวหน้าในการงาน และสมหวังในสิ่งที่ปรารถนาทุกประการ
ขอบคุณเนื้อหา >> https://www.sanook.com/campus/1380801/

บริการรับฝากขายบ้าน คอนโด ที่ดิน เขตกรุงเทพและปริมณฑล สนใจทักไลน์ไอดี @cvterra (มี @ นำหน้าด้วยค่ะ) โทร 094-626-4465

ปาร์ตี้ลิสต์ หมายถึง คำศัพท์ภาษาอังกฤษ เลือกตั้ง 2562

เลือกตั้ง 2562 นี้ มีคำศัพท์ ภาษาอังกฤษ ใหม่ๆ มากมาย รวมถึง ปาร์ตี้ลิสต์ ที่ทุกคนสงสัย ว่าหมายถึงอะไร คืออะไร มาดูกันค่ะ

"คำศัพท์เลือกตั้ง" ภาษาอังกฤษ

  • party-list (ปาร์ตี้ลิสต์) การเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ
    ปาร์ตี้ลิสต์ คือ เป็นระบบการเลือกตั้งที่กำหนดให้ผู้ออกเสียงเลือกพรรคการเมือง พรรคใดพรรคหนึ่ง โดยแต่ละพรรคการเมืองได้ทำบัญชีรายชื่อไว้ เมื่อพรรคใดได้รับเลือก ผู้สมัครที่อยู่ในบัญชีของพรรคนั้นก็จะได้รับเลือก ระบบบัญชีรายชื่อแบ่งออกเป็น 3 แบบ ได้แก่
    บัญชีรายชื่อแบบปิด: พรรคการเมืองจะเป็นผู้ทำบัญชีรายชื่อ จัดลำดับผู้สมัคร และส่งบัญชีรายชื่อผู้สมัครให้กับองค์กรกำกับการเลือกตั้ง บัญชีรายชื่ออาจจะถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ เพื่อให้ผู้ออกเสียงทราบว่าผู้สมัครรายใดจะได้รับเลือกตามลำดับ
    บัญชีรายชื่อแบบเปิด: ผู้ออกเสียงมีสิทธิ์เลือกพรรคและเรียงลำดับผู้สมัครในบัญชีรายชื่อนั้นๆ ตามความพอใจในผู้สมัครแต่ละคน
    บัญชีรายชื่อท้องถิ่น: ผู้ออกเสียงมีสิทธิ์เลือกผู้สมัครในท้องถิ่นของตนเอง ผู้สมัครที่มีอัตราผู้ออกเสียงมากที่สุดจะได้เข้าไปอยู่ในบัญชีรายชื่อตามลำดับ
  • candidate (แคนดิเดต) ผู้สมัคร, ผู้สมัครรับคัดเลือก
  • elections การเลือกตั้ง
  • general elections การเลือกตั้งใหญ่ เช่นเลือกสส.ทั่วประเทศ
  • eligible voter ผู้มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้ง
  • go to the polls ไปออกเสียงเลือกตั้ง
  • polling station หน่วยลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง
  • ballot บัตรลงคะแนนเลือกตั้ง
  • ballot box หีบบัตรลงคะแนนเลือกตั้ง
  • cast a ballot หย่อนบัตรลงคะแนนเลือกตั้ง ออกเสียงลงคะแนน
  • poll สำรวจความคิดเห็น
  • exit poll การสำรวจความคิดเห็นจากผู้ที่เพิ่งเสร็จจากการลงคะแนนเสียงทันที
  • run for election ลงสมัครรับเลือกตั้ง
  • constituency เขตเลือกตั้ง
  • proportional representation system ระบบเลือกตั้งแบบสัดส่วน
  • political party พรรคการเมือง
  • contest ลงแข่ง ลงสมัครรับเลือกตั้ง
  • veteran (สส.)หน้าเก่า, (สส.)หลายสมัย, ผู้อาวุโส, ทหารผ่านศึก
  • defect ออกจากพรรค
  • bastion ฐานเสียง
  • canvasser หัวคะแนน
  • campaign รณรงค์หาเสียง
  • policy นโยบาย
  • vow สาบาน, ปฏิญาณ
  • pledge สัญญา ให้สัญญา
  • front-runner ผู้ที่มีคะแนนนำ
  • underdog พรรค/คน/ทีมที่เป็นรอง, เบี้ยล่าง, รองบ่อน
  • populist ประชานิยม
  • referendum ประชามติ การลงประชามติ
ขอบคุณเนื้อหา >> https://www.sanook.com/campus/1394245/
ไขข้อข้องใจกันไปแล้ว ติดตาม บทความภาษาอังกฤษดีๆ ได้ที่นี่ ขอบคุณค่ะ

วันพุธที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562

รวมศัพท์ภาษาอังกฤษ เมื่อฝรั่งมาเช่า หรือ ซื้อ คอนโดมิเนียม

เมื่อมีฝรั่งทักแชท หรือ โทรมาสอบถามเช่า หรือซื้อคอนโด มักมีคำศัพท์ ที่ใช้อยู่เป็นประจำ สามารถลองฝึกดู ฟังแล้วจะคุ้นๆ หูบ้างนะคะ

deposit = มัดจำ
Mattress = ฟูก
So I ... = ถ้าฉัน
this house has 3 stories = บ้าน 3 ชั้น
this is a 3-story house
down payment = จ่ายเงินดาวน์ เท่าไหร่
pay adown payment
what about the installment? การผ่อนชำระ
a monthly payment = จ่ายต่อเดือนเท่าไหร่
that's not a bad deal = ก็ไม่แพง
that's good deal = ดีโอเครกับราคา
so, are you interested in this house? = คุณสนใจบ้านนี้ใช่มั้ย
shall we settle the deal ? งั้นเรามาตกลงเรื่องบ้านกันเลยไหม
yes Let's make an offer. ได้ งั้นลองยื่นข้อเสนอดูซิ
Let's put the papers together = ถามเกี่ยวกับเอกสาร
Let's get the documents out.
Lte's do the paperwork.
sales representative พนักงานขาย

ติดตามคำศัพท์ เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ ได้ที่นี่

สนใจ ซื้อคอนโด เช่าคอนโด >> condo for rent and sale >> www.cvterra888.com

วันอังคารที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2562

เรียนรู้ภาษาอังกฤษ กับ ดูดวงหมอช้าง เผยราศีที่ดวงความรักดี มีโอกาสได้สละโสด

Dr. Chang reveals the horoscope of love. Have the opportunity to be single

Believe that if anyone can read the fate of fortune And follow the advice of Dr. Chang Thotsaphon, Sri Tala, will be able to step through obstacles, problems with life that are successful and smooth. And can progress even more Is a guide to the Sanook! Horoscope. Plan to prepare for the change of stars. According to the prophecy of January 2019 as follows

The zodiac that loves good Have the opportunity to be single, including Taurus

Taurus (15 May - 14 June)
Opening the year with the good news of love. Taurus is a sign of love since the end of 2018. And in January is considered a clear change Love is better. Should be a good opportunity for people who are single to be single Or someone with a family Will have stability in the family level

The stars of love do not only affect the relationship between lovers. But also affects the working relationship This means that your loved one will have mercy. The master, the adult boss will assign you a big or important job for you. Which will make you quite tired But it will be tiring that you can take care and manage without problems It is also a month of progress in the work. You will have a better position. More responsibility And luck from the matter of long distance travel Or contacting customers in distant places will benefit

ดูดวง หมอช้าง ทศพร ศรีตุลา


หมอช้าง เผยราศีที่ดวงความรักดี มีโอกาสได้สละโสด
เชื่อว่าหากใครได้อ่านเสริมชะตาพยากรณ์ดวง และปฏิบัติตามคำแนะนำของ หมอช้าง ทศพร ศรีตุลา ก็จะสามารถก้าวผ่านอุปสรรคปัญหามีชีวิตที่ประสบความสำเร็จราบรื่น และเจริญก้าวหน้ามากยิ่งขึ้นได้ เป็นคู่มือให้ชาว Sanook! horoscope  วางแผนเตรียมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของดวงดาว ตามคำพยากรณ์ดวงเดือนมกราคมปี 2562 ดังต่อไปนี้ 

ราศีที่ดวงความรักดี มีโอกาสได้สละโสด ได้แก่ ราศีพฤษภ

ดูดวง หมอช้าง ทศพร ศรีตุลา

ราศีพฤษภ (15 พฤษภาคม – 14 มิถุนายน)

เปิดประเดิมปีมาด้วยข่าวดีเรื่องความรัก จริง ๆ ราศีพฤษภเป็นราศีที่มีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องความรักมาตั้งแต่ปลายปี 2561 ที่ผ่านมาแล้ว และในเดือนมกราคมถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน ดวงความรักจะดีขึ้น น่าจะเป็นโอกาสที่ดีสำหรับคนที่ยังเป็นโสด จะได้สละโสด ได้เจอคนที่ถูกใจ หรือคนที่มีคู่มีครอบครัวแล้ว ก็จะมีความมั่นคงในเรื่องของครอบครัวอีกระดับ
ดวงดาวในเรื่องของความรักไม่ได้มีผลแค่เรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างคู่รักอย่างเดียว แต่ยังมีผลต่อความสัมพันธ์ในการทำงานด้วย นั่นหมายความว่าดวงของคุณจะมีคนเมตตา ผู้หลักผู้ใหญ่เจ้านายจะมอบหมายงานที่ใหญ่หรือสำคัญให้กับคุณ ซึ่งจะทำให้คุณค่อนข้างเหนื่อย แต่จะเป็นความเหน็ดเหนื่อยที่คุณสามารถจะดูแลและจัดการได้อย่างไม่มีปัญหาอะไร แถมยังเป็นเดือนแห่งความก้าวหน้าในเชิงของการทำงานด้วย คุณจะมีโอกาสในเรื่องของตำแหน่งที่ดีขึ้น ความรับผิดชอบที่มากขึ้น และโชคจากเรื่องของการเดินทางไกล หรือการติดต่อลูกค้าที่อยู่ในที่ไกล ๆ ทั้งหลายก็จะส่งผลดี

"เสริมชะตา พยากรณ์ดวงปี 2562 อ.ช้าง-ทศพร ศรีตุลา"
 

วันพุธที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2556

เรียนรู้ภาษาอังกฤษ กับวัน คริสต์มาส 25 ธันวาคม



merry christmas


เรียนรู้ภาษาอังกฤษ กับวัน คริสต์มาส 25 ธันวาคม 
merry christmas
In the Western world, the birthday of Jesus Christ has been celebrated on December 25th since AD 354, replacing an earlier date of January 6th. The Christians had by then appropriated many pagan festivals and traditions of the season, that were practiced in many parts of the Middle East and Europe, as a means of stamping them out.

There were mid-winter festivals in ancient Babylon and Egypt, and Germanic fertility festivals also took place at this time. The birth of the ancient sun-god Attis in Phrygia was celebrated on December 25th, as was the birth of the Persian sun-god, Mithras. The Romans celebrated Saturnalia, a festival dedicated to Saturn, the god of peace and plenty, that ran from the 17th to 24th of December. Public gathering places were decorated with flowers, gifts and candles were exchanged and the population, slaves and masters alike, celebrated the occasion with great enthusiasm.

In Scandinavia, a period of festivities known as Yule contributed another impetus to celebration, as opposed to spirituality. As Winter ended the growing season, the opportunity of enjoying the Summer's bounty encouraged much feasting and merriment.

The Celtic culture of the British Isles revered all green plants, but particularly mistletoe and holly. These were important symbols of fertility and were used for decorating their homes and altars.

 New Christmas customs appeared in the Middle Ages. The most prominent contribution was the carol, which by the 14th century had become associated with the religious observance of the birth of Christ.

In Italy, a tradition developed for re-enacting the birth of Christ and the construction of scenes of the nativity. This is said to have been introduced by Saint Francis as part of his efforts to bring spiritual knowledge to the laity.

Saints Days have also contributed to our Christmas celebrations. A prominent figure in today's Christmas is Saint Nicholas who for centuries has been honored on December 6th. He was one of the forerunners of Santa Claus.

Another popular ritual was the burning of the Yule Log, which is strongly embedded in the pagan worship of vegetation and fire, as well as being associated with magical and spiritual powers.

Celebrating Christmas has been controversial since its inception. Since numerous festivities found their roots in pagan practices, they were greatly frowned upon by conservatives within the Church. The feasting, gift-giving and frequent excesses presented a drastic contrast with the simplicity of the Nativity, and many people throughout the centuries and into the present, condemn such practices as being contrary to the true spirit of Christmas.

The earliest English reference to December 25th as Christmas Day did not come until 1043.



คืออะไร
วันคริสต์มาส คือ การฉลองวันประสูติของพระเยซูผู้เป็นศาสดาสูงสุดของชาวคริสต์ทั่วโลก เป็นวันฉลองที่มีความสำคัญ และมีความหมายมากที่สุดวันหนึ่ง เพราะชาวคริสต์ถือว่า พระเยซูมิใช่เป็ แต่เพียงมนุษย์ธรรดาๆ ที่มาเกิดเหมือนเด็กทั่วไป แต่พระองค์เป็นบุตรของพระเจ้าผู้สูงสุด และมีพระธรรมชาติเป็น พระเจ้า และเป็นมนุษย์ในพระองค์เอง การบังเกิดของพระองค์ จึงเป็นเหตุการณ์ พิเศษ ที่ไม่เหมือนใคร และไม่มีใครเหมือนด้วย

วันคริสต์มาสประวัติการประสูติพระเยซูเจ้า

ในเวลานั้น จักรพรรดิออกัสตัส รับสั่งให้ราษฎรทุกคน ในอาณาจักรโรมัน ไปลงทะเบียนสำมะโน ประชากร โยเซฟและมารีย์ ซึ่งมีครรภ์แก่จึงต้องเดินทางไปยังเมืองเบธเลเฮม อันเป็นเมืองที่กษัตริย์ดาวิดประสูติ พอดีถึงกำหนดที่มารีย์จะคลอดบุตร เธอก็ได้คลอดบุตรชายหัวปี เธอเอาผ้าพันกายพระกุมารแล้ววางไว้ใน รางหญ้า เนื่องจากตามโรงแรมไม่มีที่พักเลย คืนนั้นทูตสวรรค์ของพระเจ้า ปรากฎแก่พวกเลี้ยงแกะ พวกเขาตกใจกลัวมาก แต่ทูตสวรรค์ปลอบพวกเขาว่า "อย่ากลัวไปเลย เพราะเรานำข่าวดีมาบอก คืนนี้เอง ในเมืองของกษัตริย์ ดาวิด มีพระผู้ช่วยให้รอดประสูติ พระองค์นั้นเป็นพระคริสต์พระเป็นเจ้า นี่จะเป็น หลักฐานให้พวกท่านแน่ใจคือ พวกท่านจะพบพระกุมารมีผ้าพันกาย นอนอยู่ในรางหญ้า"
ทันใดนั้น มีทูตสวรรค์อีกมากมาย ร้องเพลง สรรเสริญ พระเจ้าว่า " Gloria in Excelsis Deo ขอเทิด พระเกียรติพระเจ้าผู้สถิตย์ในสวรรค์ชั้นสูงสุด สันติสุขบนพิภพจงเป็นของผู้ที่พระองค์ทรงพอพระทัย

วันคริสต์มาสทำไมจึงฉลองคริสต์มาสวันที่ 25 ธันวาคม
ตามหลักฐานในพระคัมภีร์ (ลก.2:1-3) บันทึกไว้ว่าพระเยซูเจ้าบังเกิด ในสมัยที่จักรพรรดิซีซ่าร์ออกัสตัส ให้จดทะเบียนสำมะโนครัวทั่วทั้งแผ่นดิน โดยมีคีรินิอัสเป็นเจ้าครองเมืองซีเรีย ซึ่งในพระคัมภีร์ไม่ได้บอกว่า เป็นวัน หรือเดือนอะไร แต่นักประวัติศาสตร์ให้เหตุผลว่า ทื่ค ริสตชน เลือกเอาวันที่ 25 ธันวาคม เป็นวันฉลองคริสต์มาส ตั้งแต่ ศตวรรษที่ 4 เป็นต้นมา เนื่องจาก ในปี ค.ศ. 274 จักรพรรดิเอาเรเลียน ได้กำหนดให้วันที่ 25 ธันวาคม เป็นวันฉลอง วันเกิดของสุริยเทพผู้ทรงพลัง ชาวโรมันฉลองวันนี้อย่างสง่า และถือเสมือนว่าเป็นวันฉลองของพระจักรพรรดิไปในตัวด้วย เพราะพระจักรพรรดิก็เปรียบเสมือน ดวงอาทิตย์ ที่ให้ความสว่างแก่ชีวิตมนุษย์
คริสตชนที่อยู่ในจักรวรรดิ โรมันรู้สึกอึดอัดใจที่จะฉลอง วันเกิดของสุริยเทพตามประเพณีของ ชาวโรมัน จึงหันมาฉลองการบังเกิดของพระเยซูเจ้าแทน จนถึงวันที่ 25 ธันวาคม ค.ศ. 330 จึงเริ่มมีการฉลองคริสต์มาสอย่างเป็นทางการ และอย่างเปิดเผย เนื่องจากก่อนนั้น มีการเบียดเบียนศาสนาอย่างรุนแรง (ตั้งแต่ ปี ค.ศ. 64-313) ทำให้คริสตชนไม่มีโอกาสฉลองอะไรอย่างเปิดเผย

วันคริสต์มาสความสำคัญของวันคริสต์มาส

คริสต์มาส เป็นวันที่มีความสำคัญอย่างยิ่งวันหนึ่งในศาสนาคริสต์ มิใช่เป็นวันสำคัญฝ่าย ร่างกายจัดงาน รื่นเริงภายนอกเท่านั้น ซึ่งเป็นแต่เพียงเปลือกนอกของการฉลองคริสต์มาส แต่แก่นแท้อยู่ที่ความรัก ของพระเจ้าที่ มีต่อโลกมนุษย์ นั่นคือ พระเจ้าทรงรักมนุษย์ มากจน ถึงกับยอมส่งพระบุตรแต่องค์เดียว ของพระองค์ ให้มาเกิดเป็น มนุษย์ มีเนื้อหนังมังสา ชื่อว่า "เยซู"
การที่พระเจ้าได้ถ่อมองค์และเกียรติลงมาเกิดเป็นมนุษย์ เพื่อช่วยมนุษย์ให้รอดพ้นจากการเป็นทาส ของความชั่ว และบาปต่างๆ นั่นเอง
ดังนั้นความสำคัญของวันคริสต์มาสจึงอยู่ที่การฉลองความรักที่พระเจ้ามีต่อ โลกมนุษย์ อย่างเป็นจริง เป็นจัง และเห็นตัวตนในพระเยซูคริสต์ที่มาเกิดเป็นมนุษย์ มากกว่าสิ่งอื่นใดทั้งสิ้น

ประวัติวันคริสต์มาส
คริสต์มาส คือการฉลองการบังเกิดของพระเยซูเจ้า เรา เฉลิมฉลองกันในวันที่ 25 ธันวาคม คำ ว่า คริสต์มาส เป็นคำทับศัพท์ภาษาอังกฤษ Christmas ซึ่งมาจากภาษาอังกฤษ โบราณว่า Christes Maesse ที่แปลว่า บูชามิสซาของพระคริสตเจ้า เพราะการร่วมพิธีมิสซาเป็นประเพณีสำคัญที่สุดที่ชาวคริสต์ ถือปฎิบัติกันในวันคริสต์มาส
คำว่า Christes Maesse พบครั้งแรก ในเอกสารโบราณ เป็นภาษาอังกฤษ ในปี ค.ศ. 1038 และคำนี้ก็แปรเปลี่ยนมาเป็นคำว่า Christmas คำทักทายที่เราได้ฟังบ่อย ๆ ในเทศกาลนี้คือ Merry Christmas คำว่า Merry ในภาษาอังกฤษโบราณ แปลว่า สันติสุข และความสงบทางใจ
เพราะฉะนั้นคำนี้จึงเป็นคำที่ใช้อวยพรคนอื่น ขอให้เขาได้รับสันติสุขและความสงบ ทางใจ
เนื่องใน โอกาสเทศกาลคริสต์มาส ส่วนภาษาไทยใช้อวยพรด้วยประโยคว่า "สุขสันต์วันคริสต์มาส
Merry Christmas "

การร้องเพลงคริสต์มาส
เพลงคริสต์มาสที่เรานิยมร้องมากที่สุดในปัจจุบันได้แต่งขึ้นในศตวรรษที่ 19 จากประเทศอังกฤษเป็นส่วนใหญ่ เพลงที่มีเสียงมากได้แก่ Silent Night, Holy Night เป็นภาษาไทยว่า "ราตรีสวัสดิ์ คืนอันศักดิสิทธ์ "
ความเป็นมาของเพลงนี้คือ วันก่อนวัน คริสต์มาส ของปี ค.ศ. 1818 คุณพ่อ Joseph Mohr เจ้าอากาสวัดที่ Oberndorf ประเทศออสเตรเลีย ได้ข่าวว่าออร์แกนในวัดเสีย ทำให้วงขับไม่สามารถร้องเพลงตามที่ซ้อมไว้ได้ คุณพ่อเองตั้งใจจะแต่งเพลงคริสต์มาส หลังจากแต่งเสร็จก็เอาไปให้เพื่อนคนหนึ่งชื่อ Franz Gruber ที่อยู่หมู่บ้านใกล้เคียงใส่ทำนองในคืนวันที่ 24 นั้นเอง สัตบุรุษวัดใกล้ก็ได้ฟังเพลง Silent Night เป็นครั้งแรก โดยการเล่นกีตาร์ประกอบการขับร้อง ซึ่งกลายเป็นเพลงที่นิยมมากที่สุดทั่วโลก

วันคริสต์มาส 25 ธันวาคมเทียนและพวงมาลัย
ในสมัยก่อนมีกลุ่มคริสตชนกลุ่มหนึ่งในเยอรมัน ได้เอากิ่งไม้มาประกอบเป็นวงกลมคล้ายพวงมาลัย แล้วเอาเทียน 4 เล่ม วางไว้บนพวงมาลัยนั้นในตอนกลางคืนของวันอาทิตย์แรกของเทศกาลเตรียมรับเสด็จ ทุกคนในครอบครัวจะมารวมกัน ดับไฟ แล้วจุดเทียนเล่มหนึ่ง สวด ภาวนาและร้องเพลงคริสต์มาสร่วมกัน เขาจะทำดังนี้ทุกอาทิตย์จนครบ 4 อาทิตย์ก่อนคริสต์มาส ประเพณีนี้เป็นที่นิยมและแพร่หลายในที่หลายแห่ง โดยเฉพาะที่สหรัฐอเมริกา
ซึ่งต่อมามีการเพิ่ม โดยเอาพวงมาลัยพร้อมกับเทียนที่จุดไว้ตรงกลาง 1 เล่มไปแขวนไว้ที่หน้าต่างเพื่อช่วย ให้คนที่ผ่านไปมา ได้ระลึกถึงการเตรียมตัวรับวันคริสต์มาสที่ใกล้เข้ามา และพวงมาลัยนั้นยังเป็นสัญลักษณ์ที่คน สมัยโบราณใช้หมายถึงชัยชนะ แต่ในที่นี้หมายถึงการที่พระองค์มาบังเกิดในโลก และทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างครบ บริบูรณ์ตามแผนการณ์ของพระเป็นเจ้า

การทำมิสซาเที่ยงคืน
เมื่อพระสันตะปาปาจูลีอัสที่1 ได้ประกาศให้วันที่ 25 ธันวาคมเป็นฉลองพระคริสตสมภพ (วันคริสต์มาส) แล้วในปี นั้นเองพระองค์และสัตบุรุษได้พากันเดินสวดภาวนา และขับร้องไปยังตำบลเบธเลเฮม ยังถ้ำที่พระเยซูเจ้าประสูติ
พอไปถึงก็เป็นเวลาเที่ยงคืน พระสัน ตะปาปาก็ทรงถวายบูชา ณ ที่นั้น เมื่อเสร็จแล้วก็กลับมาที่พัก เป็นเวลาเช้ามืดราวๆ ตี 3 พระองค์ก็ถวายมิสซาอีกครั้ง และสัตบุรุษเหล่านั้นก็พากันกลับ แต่ก็ยังมีสัตบุรุษหลายคนที่ไม่ได้ไป พระสันตะปาปาก็ทรงถวายบูชามิสซาอีกครั้งหนึ่งเป็นครั้งที่ 3 เพื่อ สัตบุรุษเหล่านั้น ด้วยเหตุนี้เองพระสันตะปาปาจึงทรงอนุญาตในพระสงฆ์ถวายบูชามิสซาได้ 3 ครั้ง ในวันคริสต์มาส เหมือนกับการปฏิบัติ ของพระองค์ตั้งแต่ นั้นเป็นต้นมาจึงมี ธรรมเนียมถวายมิสซาเที่ยงคืน ในวันคริสต์มาส และพระสงฆ์ก็สามารถถวายมิสซาได้ 3 มิสซา ใน โอกาสวันคริสต์มาสเช่นเดียวกัน

คริสต์มาสซานตาครอส

ตัวจริงของซานตาครอส คือ นักบุญนิโคลัสซึ่งเป็นบาทหลวงในตุรกี ช่วงคริสต์ศตวรรษที่สี่ ผู้ขึ้นชื่อในเรื่องความใจดี โดยเฉพาะกับเด็กๆ ต่อมาท่านเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางทั่วฮอลแลนด์ในชื่อ "ซินเตอร์คลาส" ราวค.ศ.1870 ชาวอเมริกันเรียกชื่อเพี้ยนไปเป็น"ซานตาคลอส" ตั้งแต่แรกจนถึงค.ศ. 1890
ภาพของซานตาคลอสเป็นชายร่างผอมสูงสวมชุดสีเขียว หรือน้ำตาลสลับแดง เจนนี ไนสตรอม ศิลปินชาวสวีเดน เป็นผู้คิดค้นรูปลักษณ์ของซานตาครอสอย่างที่เห็นกันในปัจจุบัน โดยวาดภาพลงในบัตรอวยพรคริสต์มาส ภาพเหล่านี้ได้รับความนิยมไปทั่วโลก เมื่อชาวสวีเดนอีกคนชื่อ แฮดดอน ซันด์บลอม นำภาพวาดของไนสตรอมสวมชุดขาว

ผู้สนับสนุนข้อมูล "taryee"
ครีมหน้าใส” อื่นๆ :ครีมสาหร่ายครีมนมข้าวครีมน้ำนมข้าวครีมกันแดดซิลิโคน,ครีมหน้าใสเซรั่ม ขาว ใส ยกกระชับครีมตัวขาวครีม เซรั่ม ใต้ตาเจล หน้าใส ยกกระชับ ปรับผิวขาวสบู่หน้าใสครีม เซรั่ม เจล ลดสิวบรรจุภัณฑ์สติกเกอร์ โลโก้ ครีมหน้าใสผิวขาว , ครีมหน้าขาว ,ครีมมะหาดครีมนมผึ้งครีมน้ำนมผึ้ง





กด Link(ถูกใจ) หน้า page ครีมสาหร่าย สอบถามอัพเดตข่าวสาร ได้ที่ หน้า page นี้เลยนะค่ะ

 

วันอังคารที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ฝึกภาษาอังกฤษ กับประวัติ วันลอยกระทง 2556

ฝึกภาษาอังกฤษ กับประวัติ วันลอยกระทง 2556
Loi Krathong takes place on the evening of the full moon of the 12th month in the traditional Thai lunar calendar. In the western calendar this usually falls in November.
Loi means 'to float', while krathong refers to a usually lotus-shaped container which floats on the water. Krathong has no other meaning in Thai besides these decorative floats, so Loi Krathong is very hard to translate, requiring a word describing what a Krathong looks like such as Floating Crown, Floating Boat, Floating Decoration. The traditional krathong are made of the layers of the trunk of a banana tree or a spider lily plant. Modern krathongs are more often made of bread or styrofoam. A bread krathong will disintegrate after a few days and can be eaten by fish. Banana stalk krathong are also biodegradable, but styrofoam krathongs are sometimes banned, as they pollute the rivers and may take years to decompose. A krathong is decorated with elaborately-folded banana leaves, incense sticks, and a candle. A small coin is sometimes included as an offering to the river spirits. On the night of the full moon, Thais launch their krathong on a river, canal or a pond, making a wish as they do so. The festival may originate from an ancient ritual paying respect to the water spirits.
Government offices, corporations and other organizations big large decorated krathongs. There are competitions for the best such krathong. A beauty contest is a regular feature and fireworks have become common in recent years.
Loi Krathong is often claimed to have been begun in the Sukhothai by a court lady named Nopphamat. However, it is now known that the Nopphamat tale comes from a poem written in the early Bangkok period.is .[1] According to H.M. King Rama IV, writing in 1863, it was a Brahmanical festival that adapted by Thai Buddhists in Thailand to honor Buddha, Prince Siddhartha Gautama. The candle venerates the Buddha with light, while the krathong's floating symbolizes letting go of all one's hatred, anger, and defilements. People sometime cut their fingernails or hair and placed the clippings on the krathong as a symbol of letting go of negative thoughts. However, many ordinary Thai use the krathong to thank the Goddess of Water, Phra Mae Khongkha (Thai: พระแม่คงคา).
The beauty contests that accompany the festival are known as "Nopphamat Queen Contests". According to legend, Nang Nopphamat (Thai: นางนพมาศ; alternatively spelled as "Noppamas" or "Nopamas") was a consort of the Sukothai king Loethai (14th century) and she had been the first to float a decorated raft. However, this is a new story which was invented during the first part of the 19th century. There is no evidence that a Nang Nopphamat ever existed. Instead it is a matter of fact that a woman of this name was instead the leading character of a novel released during the end of the reign of King Rama III – around 1850. Her character was written as guidance for all women who wished to become civil servants.
Kelantan in Malaysia also celebrates the same celebration, especially in the Tumpat area. The ministry in charge of tourism in Malaysia recognises it as an attraction for tourists. Many people visit the celebration each year.
Yi Peng[edit]


Thousands of Khom Loi in Mae Cho, Chiang Mai
Loi Krathong coincides with the Lanna (northern Thai) festival known as "Yi Peng" (Thai: ยี่เป็ง). Due to a difference between the old Lanna calendar and the Thai calendar, Yi Peng is held on a full moon of the 2nd month of the Lanna calendar ("Yi" meaning "2nd" and "Peng" meaning "month" in the Lanna language). A multitude of Lanna-style sky lanterns (khom loi (Thai: โคมลอย), literally: "floating lanterns") are launched into the air where they resemble large flocks of giant fluorescent jellyfish gracefully floating by through the sky. The festival is meant as a time for tham bun (Thai: ทำบุญ), to make merit. People usually make khom loi from a thin fabric, such as rice paper, to which a candle or fuel cell is attached. When the fuel cell is lit, the resulting hot air which is trapped inside the lantern creates enough lift for the khom loi to float up into the sky. In addition, people will also decorate their houses, gardens and temples with khom fai (Thai: โคมไฟ): intricately shaped paper lanterns which take on different forms. Khom thue (Thai: โคมถือ) are lanterns which are carried around hanging from a stick, khom khwaen (Thai: โคมแขวน) are the hanging lanterns, and khom pariwat (Thai: โคมปริวรรต) which are placed at temples and which revolve due to the heat of the candle inside. The most elaborate Yi Peng celebrations can be seen in Chiang Mai,[2] the ancient capital of the former Lanna kingdom, where now both Loi Krathong and Yi Peng are celebrated at the same time resulting in lights floating on the waters, lights hanging from trees/buildings or standing on walls, and lights floating by in the sky. The tradition of Yi Peng was also adopted by certain parts of Laos during the 16th century.

ลอยกระทง เป็นพิธีอย่างหนึ่งที่มักจะทำกันในคืนวันเพ็ญ เดือน 12 หรือวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 12 อันเป็นวันพระจันทร์เต็มดวง และเป็นช่วงที่น้ำหลากเต็มตลิ่ง โดยจะมีการนำดอกไม้ ธูป เทียนหรือสิ่งของใส่ลงในสิ่งประดิษฐ์รูปต่างๆ ที่ไม่จมน้ำ เช่น กระทง เรือ แพ ดอกบัว ฯลฯ แล้วนำไปลอยตามลำน้ำ โดยมีวัตถุประสงค์ และความเชื่อต่างๆ กัน ในปีนี้ วันลอยกระทง ตรงกับ วันอาทิตย์ที่ 17 พฤศจิกายน 2556
ประเพณีลอยกระทง มิได้มีแต่ในประเทศไทยเท่านั้น ในประเทศจีน อินเดีย เขมร ลาว และพม่า ก็มีการลอยกระทงคล้ายๆ กับบ้านเรา จะต่างกันบ้าง ก็คงเป็นเรื่องรายละเอียด พิธีกรรม และความเชื่อในแต่ละท้องถิ่น แม้แต่ในบ้านเราเอง การลอยกระทง ก็มาจากความเชื่อที่หลากหลายเช่นกัน ซึ่งกลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม ได้รวบรวมมาบอกเล่าให้ทราบกันดังต่อไปนี้
ทำไมถึงลอยกระทง การลอยกระทง เป็นประเพณีที่มีมาแต่โบราณ แต่ไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่า ปฏิบัติกันมาแต่เมื่อไร เพียงแต่ท้องถิ่นแต่ละแห่ง ก็จะมีจุดประสงค์และความเชื่อในการลอยกระทงแตกต่างกันไป เช่น ในเรื่องเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา ก็จะเป็นการบูชาพระเกศแก้วจุฬามณีบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์, เป็นบูชารอยพระพุทธบาท ณ หาดทรายริมฝั่งแม่น้ำนัมมทา ซึ่งปัจจุบันคือแม่น้ำเนรพุททาในอินเดีย หรือต้อนรับพระพุทธเจ้า ในวันเสด็จกลับจากเทวโลก เมื่อครั้งไปโปรดพระพุทธมารดา
ลอยกระทง 2555

นอกจากนี้ ลอยกระทง ก็ยังมีวัตถุประสงค์ เพื่อบูชาพระอุปคุตเถระที่บำเพ็ญบริกรรมคาถาในท้องทะเลลึก หรือสะดือทะเล บางแห่งก็ลอยกระทง เพื่อบูชาเทพเจ้าตามความเชื่อของตน บางแห่งก็เพื่อแสดงความขอบคุณพระแม่คงคา ซึ่งเป็นแหล่งน้ำให้มนุษย์ได้ใช้ประโยชน์ต่างๆ รวมทั้งขอขมาที่ได้ทิ้งสิ่งปฏิกูลลงไป ส่วนบางท้องที่ ก็จะทำเพื่อระลึกถึงบรรพบุรุษที่ล่วงลับ หรือเพื่อสะเดาะเคราะห์ ลอยทุกข์โศกโรคภัยต่างๆ และส่วนใหญ่ก็จะอธิษฐานขอสิ่งที่ตนปรารถนาไปด้วย
พระยาอนุมานราชธน ได้สันนิษฐานว่า ต้นเหตุแห่งการลอยกระทง อาจมีมูลฐานเป็นไปได้ว่า การลอยกระทงเป็นคติของชนชาติที่ประกอบกสิกรรม ซึ่งต้องอาศัยน้ำเป็นสำคัญ เมื่อพืชพันธุ์ธัญชาติงอกงามดี และเป็นเวลาที่น้ำเจิ่งนองพอดี ก็ทำกระทงลอยไปตามกระแสน้ำไหล เพื่อขอบคุณแม่คงคา หรือเทพเจ้าที่ประทานน้ำมาให้ความอุดมสมบูรณ์ เหตุนี้ จึงได้ลอยกระทงในฤดูกาลน้ำมาก และเมื่อเสร็จแล้ว จึงเล่นรื่นเริงด้วยความยินดี เท่ากับเป็นการสมโภชการงานที่ได้กระทำว่า ได้ลุล่วงและรอดมาจนเห็นผลแล้ว ท่านว่าการที่ชาวบ้านบอกว่า การลอยกระทงเป็นการขอขมาลาโทษ และขอบคุณต่อแม่คงคา ก็คงมีเค้าในทำนองเดียวกับการที่ชาติต่างๆ แต่ดึกดำบรรพ์ได้แสดงความยินดี ที่พืชผลเก็บเกี่ยวได้ จึงได้นำผลผลิตแรกที่ได้ ไปบูชาเทพเจ้าที่ตนนับถือ เพื่อขอบคุณที่บันดาลให้การเพาะปลูกของตนได้ผลดี รวมทั้งเลี้ยงดูผีที่อดอยาก และการเซ่นสรวงบรรพบุรุษที่ล่วงลับ เสร็จแล้วก็มีการสมโภชเลี้ยงดูกันเอง
ต่อมาเมื่อมนุษย์มีความเจริญแล้ว การวิตกทุกข์ร้อน เรื่องเพาะปลูกว่าจะไม่ได้ผลก็น้อยลงไป แต่ก็ยังทำการบวงสรวง ตามที่เคยทำมาจนเป็นประเพณี เพียงแต่ต่างก็แก้ให้เข้ากับคติลัทธิทางศาสนาที่ตนนับถือ เช่น มีการทำบุญสุนทานเพิ่มขึ้นในทางพุทธศาสนา เป็นต้น แต่ที่สุด ก็คงเหลือแต่การเล่นสนุกสนานรื่นเริงกันเป็นส่วนใหญ่ อย่างไรก็ดี ด้วยเหตุดังกล่าวข้างต้น การลอยกระทงจึงมีอยู่ในชาติต่างๆทั่วไป และการที่ไปลอยน้ำ ก็คงเป็นความรู้สึกทางจิตวิทยา ที่มนุษย์โดยธรรมดา มักจะเอาอะไรทิ้งไปในน้ำให้มันลอยไป
ทำไมกระทงส่วนใหญ่เป็นรูปดอกบัว ในหนังสือตำรับท้าวศรีจุฬาลักษณ์ หรือตำนานนางนพมาศ ซึ่งเป็นพระสนมเอก ของพระมหาธรรมราชาลิไทยหรือพระร่วง แห่งกรุงสุโขทัย ได้กล่าวถึงวันเพ็ญเดือนสิบสองว่า เป็นเวลาเสด็จประพาสลำน้ำ ตามพระราชพิธีในเวลากลางคืน และได้มีรับสั่งให้บรรดาพระสนมนางในทั้งหลาย ตกแต่งกระทงประดับดอกไม้ธูปเทียน นำไปลอยน้ำหน้าพระที่นั่ง ในคราวนั้น ท้าวศรีจุฬาลักษณ์ หรือนางนพมาศพระสนมเอก ก็ได้คิดประดิษฐ์กระทงเป็นรูปดอกบัวกมุทขึ้น ด้วยเห็นว่าเป็นดอกบัวพิเศษ ที่บานในเวลากลางคืนเพียงปีละครั้งในวันดังกล่าว สมควรทำเป็นกระทงแต่งประทีป ลอยไปถวายสักการะรอยพระพุทธบาท ซึ่งเมื่อพระร่วงเจ้าได้ทอดพระเนตรเห็น ก็รับสั่งถามถึงความหมาย นางก็ได้ทูลอธิบายจนเป็นที่พอพระราชหฤทัย พระองค์จึงมีพระราชดำรัสว่า “แต่นี้สืบไปเบื้องหน้าโดยลำดับ กษัตริย์ในสยามประเทศ ถึงกาลกำหนดนักขัตฤกษ์ วันเพ็ญเดือน 12 ให้นำโคมลอยเป็นรูปดอกบัว อุทิศสักการบูชาพระพุทธบาทนัมมทานที ตราบเท่ากัลปาวสาน” ด้วยเหตุนี้ เราจึงเห็นโคมลอยรูปดอกบัวปรากฏมาจนปัจจุบัน


ตำนานและความเชื่อ จากที่กล่าวมาข้างต้นว่า การลอยกระทง ในแต่ละท้องที่ก็มาจากความเชื่อ ความศรัทธาที่แตกต่างกัน บางแห่งก็มีตำนานเล่าขานกันต่อๆมา ซึ่งจะยกตัวอย่างบางเรื่องมาให้ทราบ ดังนี้
เรื่องแรก ว่ากันว่าการลอยกระทง มีต้นกำเนิดมาจากศาสนาพุทธนั่นเอง กล่าวคือก่อนที่พระพุทธองค์จะตรัสรู้ เป็นสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้ประทับอยู่ใต้ต้นโพธิ์ ใกล้แม่น้ำเนรัญชรา กาลวันหนึ่ง นางสุชาดาอุบาสิกาได้ให้สาวใช้นำข้าวมธุปายาส (ข้าวกวนหุงด้วยน้ำผึ้งหรือน้ำอ้อย) ใส่ถาดทองไปถวาย เมื่อพระองค์เสวยหมดแล้ว ก็ทรงตั้งสัตยาธิษฐานว่า ถ้าหากวันใดจะสำเร็จเป็นพระพุทธเจ้า ก็ขอให้ถาดลอยทวนน้ำ ด้วยแรงสัตยาธิษฐาน และบุญญาภินิหาร ถาดก็ลอยทวนน้ำไปจนถึงสะดือทะเล แล้วก็จมไปถูกขนดหางพระยานาคผู้รักษาบาดาล
พระยานาคตื่นขึ้น พอเห็นว่าเป็นอะไร ก็ประกาศก้องว่า บัดนี้ได้มีพระสัมมาสัมพุทธเจ้า อุบัติขึ้นในโลกอีกองค์แล้ว ครั้นแล้วเทพยดาทั้งหลายและพระยานาค ก็พากันไปเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า และพระยานาคก็ได้ขอให้พระพุทธองค์ ประทับรอยพระบาทไว้บนฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา เพื่อพวกเขาจะได้ขึ้นมาถวายสักการะได้ พระองค์ก็ทรงทำตาม ส่วนสาวใช้ก็นำความไปบอกนางสุชาดา ครั้นถึงวันนั้นของทุกปี นางสุชาดาก็จะนำเครื่องหอม และดอกไม้ใส่ถาดไปลอยน้ำ เพื่อไปนมัสการรอยพระพุทธบาทเป็นประจำเสมอมา และต่อๆ มาก็ได้กลายเป็นประเพณีลอยกระทง ตามที่เห็นกันอยู่ในปัจจุบัน
ในเรื่องการประทับรอยพระบาทนี้ บางแห่งก็ว่า พญานาคได้ทูลอาราธนาพระพุทธเจ้า ไปแสดงธรรมเทศนาในนาคพิภพ เมื่อจะเสด็จกลับ พญานาคได้ทูลขออนุสาวรีย์จากพระองค์ไว้บูชา พระพุทธองค์จึงได้ทรงอธิษฐาน ประทับรอยพระบาทไว้ที่หาดทรายแม่น้ำนัมมทา และพวกนาคทั้งหลาย จึงพากันบูชารอยพระพุทธบาทแทนพระองค์ ต่อมาชาวพุทธได้ทราบเรื่องนี้ จึงได้ทำการบูชารอยพระบาทสืบต่อกันมา โดยนำเอาเครื่องสักการะใส่กระทงลอยน้ำไป ส่วนที่ว่าลอยกระทงในวันเพ็ญ เดือน 11 หรือวันออกพรรษา เพื่อเฉลิมฉลองวันคล้ายวันที่พระพุทธเจ้า เสด็จกลับมาสู่โลกมนุษย์ หลังการจำพรรษา 3 เดือน ณ สวรรค์ชั้นดาวดึงส์เพื่อแสดงอภิธรรมโปรดพุทธมารดานั้น ก็ด้วยวันดังกล่าว เหล่าทวยเทพและพุทธบริษัท พากันมารับเสด็จนับไม่ถ้วน พร้อมด้วยเครื่องสักการบูชา และเป็นวันที่พระพุทธองค์ได้เปิดให้ประชาชนได้เห็นสวรรค์ และนรกด้วยฤทธิ์ของพระองค์ คนจึงพากันลอยกระทง เพื่อเฉลิมฉลองรับเสด็จพระพุทธเจ้า
สำหรับคติที่ว่า การลอยกระทงตามประทีป เพื่อไปบูชาพระเกศแก้วจุฬามณี บนสรวงสรรค์ชั้นดาวดึงส์นั้น ก็ว่าเป็นเพราะตรงกับวันที่พระพุทธเจ้า เสด็จออกบรรพชาที่ริมฝั่งแม่น้ำอโนมา ทรงใช้พระขรรค์ตัดพระเกศโมลีขาด ลอยไปในอากาศตามที่ทรงอธิษฐาน พระอินทร์จึงนำผอบแก้วมาบรรจุ แล้วนำไปประดิษฐานไว้ในจุฬามณีเจดีย์ บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ (ตามประทีป คือ การจุดประทีป หรือจุดไฟในตะเกียง /โคม หรือผาง-ถ้วยดินเผาเล็กๆ) ซึ่งทางเหนือของเรา มักจะมีการปล่อยโคมลอย หรือโคมไฟที่เรียกว่า ว่าวไฟ ขึ้นไปในอากาศเพื่อบูชาพระเกศแก้วจุฬามณีด้วย
เรื่องที่สอง ตามตำราพรหมณ์คณาจารย์กล่าวว่า พิธีลอยประทีปหรือตามประทีปนี้ แต่เดิมเป็นพิธีทางศาสนาพราหมณ์ ทำขึ้นเพื่อบูชาเทพเจ้าทั้งสามคือ พระอิศวร พระนารายณ์และพระพรหม เป็นประเภทคู่กับลอยกระทง ก่อนจะลอยก็ต้องมีการตามประทีปก่อน ซึ่งตามคัมภีร์โบราณอินเดียเรียกว่า “ทีปาวลี” โดยกำหนดทางโหราศาสตร์ว่า เมื่อพระอาทิตย์ถึงราศีพิจิก พระจันทร์อยู่ราศีพฤกษ์เมื่อใด เมื่อนั้นเป็นเวลาตามประทีป และเมื่อบูชาไว้ครบกำหนดวันแล้ว ก็เอาโคมไฟนั้นไปลอยน้ำเสีย ต่อมาชาวพุทธเห็นเป็นเรื่องดี จึงแปลงเป็นการบูชารอยพระพุทธบาท และการรับเสด็จพระพุทธเจ้า ดังที่กล่าวมาข้างต้น โดยมักถือเอาเดือน 12 หรือเดือนยี่เป็งเป็นเกณฑ์ (ยี่เป็งคือเดือนสอง ตามการนับทางล้านนา ที่นับเดือนทางจันทรคติ เร็วกว่าภาคกลาง 2 เดือน)
เรื่องที่สาม เป็นเรื่องของพม่า เล่าว่า ครั้งหนึ่งในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช ทรงมีพระประสงค์จะสร้างเจดีย์ให้ครบ 84,000 องค์ แต่ถูกพระยามารคอยขัดขวางเสมอ พระองค์จึงไปขอให้พระอรหันต์องค์หนึ่ง คือ พระอุปคุตช่วยเหลือ พระอุปคุตจึงไปขอร้องพระยานาคเมืองบาดาลให้ช่วย พระยานาครับปาก และปราบพระยามารจนสำเร็จ พระเจ้าอโศกมหาราช จึงสร้างเจดีย์ได้สำเร็จสมพระประสงค์ ตั้งแต่นั้นมา เมื่อถึงวันเพ็ญเดือน 12 คนทั้งหลายก็จะทำพิธีลอยกระทง เพื่อบูชาคุณพระยานาค เรื่องนี้ บางแห่งก็ว่า พระยานาค ก็คือพระอุปคุตที่อยู่ที่สะดือทะเล และมีอิทธิฤทธิ์มาก จึงปราบมารได้ และพระอุปคุตนี้ เป็นที่นับถือของชาวพม่า และชาวพายัพของไทยมาก
เรื่องที่สี่ เกิดจากความเชื่อแต่ครั้งโบราณในล้านนาว่า เกิดอหิวาต์ระบาด ที่อาณาจักรหริภุญชัย ทำให้คนล้มตายเป็นจำนวนมาก พวกที่ไม่ตายจึงอพยพไปอยู่เมืองสะเทิม และหงสาวดีเป็นเวลา 6 ปี บางคนก็มีครอบครัวอยู่ที่นั่น ครั้นเมื่ออหิวาต์ได้สงบลงแล้ว บางส่วนจึงอพยพกลับ และเมื่อถึงวันครบรอบที่ได้อพยพไป ก็ได้จัดธูปเทียนสักการะ พร้อมเครื่องอุปโภคบริโภคดังกล่าวใส่ สะเพา ( อ่านว่า “ สะ - เปา หมายถึง สำเภาหรือกระทง ) ล่องตามลำน้ำ เพื่อระลึกถึงญาติที่มีอยู่ในเมืองหงสาวดี ซึ่งการลอยกระทงดังกล่าว จะทำในวันยี่เพง คือ เพ็ญเดือนสิบสอง เรียกกันว่า การลอยโขมด แต่มิได้ทำทั่วไปในล้านนา ส่วนใหญ่เทศกาลยี่เพงนี้ ชาวล้านนาจะมีพิธีตั้งธัมม์หลวง หรือการเทศน์คัมภีร์ขนาดยาวอย่างเทศน์มหาชาติ และมีการจุดประทีปโคมไฟอย่างกว้างขวางมากกว่า (การลอยกระทง ที่ทางโบราณล้านนาเรียกว่า ลอยโขมดนี้ คำว่า “ โขมด อ่านว่า ขะ-โหมด เป็นชื่อผีป่า ชอบออกหากินกลางคืน และมีไฟพะเหนียงเห็นเป็นระยะๆ คล้ายผีกระสือ ดังนั้น จึงเรียกเอาตามลักษณะกระทง ที่จุดเทียนลอยในน้ำ เห็นเงาสะท้อนวับๆ แวมๆ คล้ายผีโขมดว่า ลอยโขมด ดังกล่าว)
รื่องที่ห้า กล่าวกันว่าในประเทศจีนสมัยก่อน ทางตอนเหนือ เมื่อถึงหน้าน้ำ น้ำจะท่วมเสมอ บางปีน้ำท่วมจนชาวบ้านตายนับเป็นแสนๆ และหาศพไม่ได้ก็มี ราษฎรจึงจัดกระทงใส่อาหารลอยน้ำไป เพื่อเซ่นไหว้ผีเหล่านั้นเป็นงานประจำปี ส่วนที่ลอยในตอนกลางคืน ท่านสันนิษฐานว่า อาจจะต้องการความขรึม และขมุกขมัวให้เห็นขลัง เพราะเป็นเรื่องเกี่ยวกับผีๆสางๆ และผีก็ไม่ชอบปรากฏตัวในตอนกลางวัน การจุดเทียนก็เพราะหนทางไปเมืองผีมันมืด จึงต้องจุดให้แสงสว่าง เพื่อให้ผีกลับไปสะดวก ในภาษาจีนเรียกการลอยกระทงว่า ปล่อยโคมน้ำ (ปั่งจุ๊ยเต็ง) ซึ่งตรงกับของไทยว่า ลอยโคม จากเรื่องข้างต้น เราจะเห็นได้ว่า การลอยกระทง ส่วนใหญ่จะเป็นการแสดงความกตัญญู ระลึกถึงผู้มีพระคุณต่อมนุษย์ เช่น พระพุทธเจ้า เทพเจ้า พระแม่คงคา และบรรพชน เป็นต้น และแสดงความกตเวที (ตอบแทนคุณ) ด้วยการเคารพบูชาด้วยเครื่องสักการะต่างๆ โดยเฉพาะการบูชาพระพุทธเจ้า หรือรอยพระพุทธบาท ถือได้ว่าเป็นคติธรรมอย่างหนึ่ง ที่บอกเป็นนัยให้พุทธศาสนิกชน ได้เจริญรอยตามพระบาทของพระพุทธองค์ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความดีงามทั้งปวงนั่นเอง
ประเพณีลอยกระทง นอกจากจะเป็นประเพณีที่มีคุณค่า ในเรื่องการแสดงออกถึงความกตัญญูกตเวที ต่อผู้มีพระคุณดังที่กล่าวมาแล้ว ประเพณีนี้ยังมีคุณค่าต่อครอบครัว ชุมชน สังคม และศาสานาด้วย เช่น ทำให้สมาชิกในครอบครัวได้ใช้เวลาร่วมกัน ทำให้ชุมชนได้ร่วมมือร่วมใจกันจัดงาน หรือในบางท้องที่ที่มีการทำบุญ ก็ถือว่ามีส่วนช่วยสืบทอดพระศาสนา และในหลายๆ แห่งก็ถือเป็นโอกาสดีในการรณรงค์อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในแม่น้ำลำคลองไปด้วย
ขอขอบคุณข้อมูลข่าว : อมรรัตน์ เทพกำปนาท สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม
ลอยกระทงออนไลน์ ลอยกระทงในเน็ต สำหรับชาวกรุงเทพฯ และพื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วมขัง เพื่อลดขยะที่จะเกิดขึ้นซึ่งจะยิ่งทำให้การระบายน้ำช้าลง คลิกที่นี่หรือที่รูปด้านล่างเพื่อ ลอยกระทงออนไลน์ กับสนุกดอทคอม ได้เลย


ครีมหน้าใส” อื่นๆ :ครีมสาหร่ายครีมนมข้าวครีมน้ำนมข้าวครีมกันแดดซิลิโคน,ครีมหน้าใสเซรั่ม ขาว ใส ยกกระชับครีมตัวขาวครีม เซรั่ม ใต้ตาเจล หน้าใส ยกกระชับ ปรับผิวขาวสบู่หน้าใสครีม เซรั่ม เจล ลดสิวบรรจุภัณฑ์สติกเกอร์ โลโก้ ครีมหน้าใสผิวขาว , ครีมหน้าขาว ,ครีมมะหาดครีมนมผึ้งครีมน้ำนมผึ้ง






กด Link(ถูกใจ) หน้า page ครีมสาหร่าย สอบถามอัพเดตข่าวสาร ได้ที่ หน้า page นี้เลยนะค่ะ