วันพฤหัสบดีที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

เรียน ภาษาอังกฤษ กับวันสำคัญ วันมาฆบูชา

เรียน ภาษาอังกฤษ กับวันสำคัญ วันมาฆบูชา

วันมาฆบูชา ประวัติวันมาฆบูชา วันเพ็ญ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๓

Magha Puja Day is one of the most important Buddhist celebrations which falls on the full moon day of the third lunar month (about last week of February or early of March).
วันมาฆบูชาเป็นวันสำคัญทางพุทธศาลนา ตรงกับวันเพ็ญเดือน 3 (ประมาณสัปดาห์สุดท้ายของเดือนกุมภาพันธ์ หรือต้นเดือนมีนาคม)
This day marks the great four events that took place during Lord Buddha's lifetime, namely;
วันนี้ เป็นวันที่ระลึกถึงเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นในสมัยพุทธกาล กล่าวคือ
  1. 1250 Buddhist monks from different places came to pay homage to Lord Buddha at Valuwan Vihara in Rajgaha, the capital of Magaha State, each of his own initiative and without prior notification or appointment.
    ภิกษุจำนวน 1,250 รูปจากที่ต่างๆกันเดินทางมาเองโดยมิได้นัดหมายแต่ประการใด เพื่อสักการะพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่เวฬุวันวิหาร ในกรุงราชคฤห์ เมืองมคธ
    วันมาฆบูชา
  2. all of them were the enlightened monks (or Arahantas)
    ภิกษุทั้งหมดล้วนแต่เป็นผู้ได้บรรลุพระอรหันต์แล้วทุกองค์

  3. all of them had been individually ordained by Lord Buddha himself (Ehi Bhikkhu)
    ภิกษุเหล่านั้นล้วนเป็นเอหิภิกขุอุปสัมปทา คือ พระพุทธเจ้าทรงบวชให้ทั้งสิ้

  4. They assembled on the full moon day of the third lunar month.
    วันนั้นเป็นวันเพ็ญ เดือนมาฆะ

On the evening of that day, Lord Buddha gave the assembly a discourse "Ovadha Patimokha" laying down the principles of His Teachings summarised into three acts, i.e. to do good, to abstain from bad action and to purify the mind.
ในตอนเย็นของวันวันมาฆบูชา นั้น พระพุทธเจ้าทรงแสดง "โอวาทปาฏิโมกข์" อันเป็นหลักสอนสำคัญที่เป็นหัวใจของพุทธศาสนา เป็นพระพุทธพจน์ 3 คาถากึ่ง นั่นคือ ทำความดี, ละเว้นความชั่ว, และทำใจให้บริสุทธิ์
It was unclear as to when the Magha Puja Ceremony took place. However, in a guide book of ceremonies for the twelve months written by King Chulalongkorn (Rama V), it is said that,
พิธีมาฆบูชานี้ ไม่แน่ชัดว่าเกิดขึ้นเมื่อใด อย่างไรก็ตาม ในหนังสือพระราชพิธีเฉลิมฉลอง 12 เดือน ที่พระราชนิพนธ์โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) กล่าวไว้ว่า

"In the past, the Magha Puja was never performed, the ceremony has just been practised during the reign of King Mongkut (Rama IV)"

ในอดีต พิธีมาฆบูชานี้ไม่เคยกระทำกัน เพี่งมาประกอบพิธีกรรมในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4)
Having realized the significance of this day, King Rama IV ordered the royal Magha Puja Ceremony tobe performed in the Emerald Buddha Temple in 1851 and to be continued forever. Later the ceremony was widely accepted and performed throughout the kingdom.
พระบาทสมเด็จพระ จอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงรับสั่งให้ประกอบพิธีมาฆบูชาขึ้นในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในปี 2394 และกระทำสืบต่อๆกันมา แพร่หลายในราชอาณาจักรจนกระทั่งทุกวันนี้
The day is declared as a public holiday so that people from all walks of life can go to the temple to make merit and perform other religious activities in the morning and to take part in the candlelit procession or "Wien Tien" in Thai in the evening.
วันนี่้ได้รับ การประกาศเป็นวันหยุตนักขัตฤกษ์ เพื่อให้ประชาชนทุกสาขาอาชีพ ไปวัดเพื่อทำบุญและประกอบพิธีกรรมทางศาสนาในตอนเช้า และ ร่วมเวียนเทียนในตอนค่ำ

At the same time, at this auspicious time, His Majesty the King will preside over the religious rites to mark the occasion at the Emerald Buddha Temple and will later lead hundreds of people in a candlelit procession held within the temple's compound.
ในเวลาเดียวกัน เนื่องในโอกาสอันเป็นมงคลนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะเสด็จไปประกอบพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนาที่วัด พระศรีรัุตนศาสดารม และทรงนำพสกนิกรเวียนเทียนร่วมเวียนเทียนภายในวัดนี้ด้วย
In fact, the candlelit procession can be held at any time suitable to the public's convenience, either in the morning or in the evening. However, in Bangkok it will usually take place in the evening at about 8.00 p.m. and the procession will be led by Buddhist monks.
ในความเป็นจริง แล้ว การเวียนเทียนสามารถกระทำในช่วงเวลาใดก็ได้เพื่อความสะดวกของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นช่วงเช้าหรือช่วงเย็น อย่างไรก็ตาม ในกรุงเทพฯ มักนิยมกระทำาการเวียนในช่วงเย็น ประมาณ 20.00 น. และจะมีพระสงฆ์เป็นผู้นำ วันมาฆบูชา
In general, most Buddhists are not aware of the Significance of this day. As a result, a number of people taking part in the ceremony may be less than on other days such as Visakha Puja or Asanha Puja Days. Even so Magha Puja Day carries an equal meaning to all Buddhists
โดยทั่วไปแล้ว พุทธศาสนิกชนส่วนใหญ่ ไม่ค่อยรู้ถึงความสำคัญของวันนี้ ส่งผลให้ จำนวนผู้เข้าร่วมพิธีนี้อาจน้อยกว่าวันอื่นๆ เช่น วันวิสาขบูชา หรือ วันอาฬหบูชา แม้กระนั้น วันมาฆบูชาก้อยังมีความสำคัญต่อพุทธศาสนิกชนอยู่ดี 



ความหมายวันมาฆบูชา
วันมาฆบูชา หมายถึง การบูชา ในวันเพ็ญเดือน ๓ เนื่องในโอกาสคล้าย วันที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงโอวาทปาติโมกข์
ความสำคัญวันมาฆบูชาวันมาฆบูชา เป็นวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๓ มีเหตุการณ์อัศจรรย์ที่ พระสงฆ์สาวกของพระพุทธเจ้าจำนวน ๑,๒๕๐ รูป มาเฝ้าพระพุทธเจ้า ณ วัดเวฬุวัน เมืองราชคฤห์ แคว้นมคธ โดยมิได้นัดหมายกันพระสงฆ์ ทั้งหมดเป็นพระอรหันต์
ผู้ได้อภิญญา ๖และเป็นผู้ที่ได้รับการอุปสมบท โดยตรงจากพระพุทธเจ้า ในวันนี้พระพุทธเจ้าได้ทรงแสดงโอวาทปาติโมกข์ ในที่ประชุมสงฆ์เหล่านั้น ซึ่งเป็นทั้งหลักการอุดมการณ์และวิธีการปฏิบัติที่ นำไปใช้ได้ทุกสังคม มีเนื้อหา โดยสรุปคือให้ละความชั่วทุกชนิด ทำความดี ให้ถึงพร้อมและทำจิตใจให้ผ่องใส
ประวัติความเป็นมาวันมาฆบูชา
๑. ส่วนที่เกี่ยวกับพระพุทธเจ้า หลังจากพระพุทธเจ้าตรัสรู้ได้ ๙ เดือนขณะนั้นเมื่อเสร็จพุทธกิจแสดงธรรมที่ถ้ำสุกรขาตาแล้ว เสด็จมาประทับที่วัดเวฬุวัน เมืองราชคฤห์ แคว้นมคธ ประเทศอินเดียในปัจจุบัน วันนั้นตรงกับวันเพ็ญ เดือนมาฆะหรือเดือน ๓ในเวลาบ่ายพระอรหันต์สาวกของพระพุทธเจ้า มาประชุม พร้อมกัน ณ ที่ประทับของพระพุทธเจ้า นับเป็นเหตุอัศจรรย์ ที่มีองค์ประกอบสำคัญ ๔ ประการ เรียกว่าว่า วันจาตุรงคสันนิบาต
คำว่า "จาตุรงคสันนิบาต" แยกศัพท์ได้ดังนี้ คือ
"จาตุร" แปลว่า ๔
"องค์" แปลว่า ส่วน
"สันนิบาต" แปลว่า ประชุม
ฉะนั้นจาตุรงคสันนิบาตจึงหมายความว่า "การประชุมด้วยองค์ ๔" กล่าวคือมีเหตุการณ์พิเศษที่เกิดขึ้นพร้อมกันในวันนี้ คือ
1. เป็นวันที่ พระสงฆ์สาวกของพระพุทธเจ้า จำนวน ๑,๒๕๐ รูป มาประชุมพร้อมกันที่เวฬุวันวิหารในกรุงราชคฤห์ โดยมิได้นัดหมาย
2. พระภิกษุสงฆ์เหล่านี้ล้วนเป็น "เอหิภิกขุอุปสัมปทา" คือเป็นผู้ที่ได้รับการอุปสมบทโดยตรงจากพระพุทธเจ้าทั้งสิ้น
3. พระภิกษุสงฆ์ทุกองค์ที่ได้มาประชุมในครั้งนี้ ล้วนแต่เป็นผุ้ได้บรรลุพระอรหันต์แล้วทุก ๆองค์
4. เป็นวันที่พระจันทร์เต็มดวงกำลังเสวยมาฆฤกษ
มูลเหตุ
หลังจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสรู้ในวัน ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 และได้ทรงประกาศพระศาสนาและส่งพระอรหันตสาวกออกไปจาริกเพื่อเผยแพร่พระพุทธ ศาสนายังสถานที่ต่าง ๆ ล่วงแล้วได้ 9 เดือน ในวันที่ใกล้พระจันทร์เสวยมาฆฤกษ์ (วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3) พระอรหันต์ทั้งหลายเหล่านั้นต่างได้ระลึกว่า วันนี้เป็นวันสำคัญของศาสนาพราหมณ์ อันเป็นศาสนาของตนอยู่เดิม ก่อนที่จะหันมานับถือพระธรรมวินัยของพระพุทธเจ้า และในลัทธิศาสนาเดิมนั้นเมื่อถึงวันเพ็ญเดือนมาฆะ เหล่าผู้ศรัทธาพราหมณลัทธินิยมนับถือกันว่าวันนี้เป็นวันศิวาราตรี โดยจะทำการบูชาพระศิวะด้วยการลอยบาปหรือล้างบาปด้วยน้ำ แต่มาบัดนี้ตนได้เลิกลัทธิเดิมหันมานับถือพระธรรมวินัยของพระพุทธเจ้าแล้ว จึงควรเดินทางไปเข้าเฝ้าบูชาฟังพระสัทธรรมจากพระพุทธเจ้า พระอรหันต์เหล่านั้นซึ่งเคยปฏิบัติศิวาราตรีอยู่เดิม จึงพร้อมใจกันไปเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าโดยมิได้นัดหมาย
มีผู้กล่าวว่า สาเหตุสำคัญที่ทำให้พระสาวกทั้ง 1,250 องค์มาประชุมพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย มาจากในวันเพ็ญเดือน 3 ตามคติพราหมณ์ เป็นวันพิธีศิวาราตรี พระสาวกเหล่านั้นซึ่งเคยนับถือศาสนาพราหมณ์มาก่อนจึงได้เปลี่ยนจากการรวมตัว กันทำพิธีชำระบาปตามพิธีพราหมณ์ มารวมกันเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าแทน
โอวาทปาฏิโมกข์ หลัก คำสอนสำคัญของพระพุทธศาสนา หรือคำสอนอันเป็นหัวใจของพระพุทธศาสนา ได้แก่ พระพุทธพจน์ ๓ คาถากึ่ง ที่พระพุทธเจ้าตรัสแก่พระอรหันต์ ๑,๒๕๐ รูป ผู้ไปประชุมกันโดยมิได้นัดหมาย ณ พระเวฬุวนาราม ในวันเพ็ญเดือน ๓ ที่เราเรียกกันว่าวันมาฆบูชา (ถรรถกถากล่าวว่า พระพุทธเจ้าทรงแสดงโอวาทปาฏิโมกข์นี้ แก่ที่ประชุมสงฆ์ตลอดมา เป็นเวลา ๒๐ พรรษา ก่อนที่จะโปรดให้สวดปาฏิโมกข์อย่างปัจจุบันนี้แทนต่อมา), คาถาโอวาทปาฏิโมกข์ มีดังนี้ (โอวาทปาติโมกข์ ก็เขียน)
สพฺพปาปสฺส อกรณํกุสลสฺสูปสมฺปทา
สจิตฺตปริโยทปนํเอตํ พุทธาน สาสนํฯ
ขนฺตี ปรมํ ตโป ตีติกฺขา
นิพฺพานํ ปรมํ วทนฺติ พุทฺธา
น หิ ปพฺพชิโต ปรูปฆาตี
สมโณ โหติ ปรํ วิเหฐยนฺโตฯ
อนูปวาโท อนูปฆาโต ปาติโมกฺเข จ สํวโร
มตฺตญฺญุตา จ ภตฺตสฺมึ ปนฺตญฺจ สยนาสนํ
อธิจิตฺเต จ อาโยโค เอตํ พุทฺธาน สาสนํฯ
แปล : การไม่ทำความชั่วทั้งปวง ๑ การบำเพ็ญแต่ความดี ๑ การทำจิตของตนให้ผ่องใส ๑ นี้เป็นคำสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ขันติ คือความอดกลั้น เป็นตบะอย่างยิ่ง, พระพุทธเจ้าทั้งหลายกล่าวว่านิพพาน เป็นบรมธรรม, ผู้ทำร้ายคนอื่น ไม่ชื่อว่าเป็นบรรพชิต,ผู้เบียดเบียนคนอื่น ไม่ชื่อว่าเป็นสมณะการไม่กล่าวร้าย ๑ การไม่ทำร้าย ๑ ความสำรวมในปาฏิโมกข์ ๑ ความเป็นผู้รู้จักประมาณในอาหาร ๑ ที่นั่งนอนอันสงัด ๑ ความเพียรในอธิจิต ๑ นี้เป็นคำสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลายที่เข้าใจกันโดยทั่วไป และจำกันได้มาก ก็คือ ความในคาถาแรกที่ว่า ไม่ทำชั่ว ทำแต่ความดี ทำจิตใจให้ผ่องใส

สถานที่สำคัญเนื่องด้วยวันมาฆบูชา (พุทธสังเวชนียสถาน)
พระพุทธรูปยืนกลางมณฑลมหาสังฆสันนิบาต ในโบราณสถานวัดเวฬุวันมหาวิหาร เมืองราชคฤห์ รัฐพิหาร อินเดีย (เป็นพระพุทธรูปสร้างใหม่ ปัจจุบันเป็นสถานที่จาริกแสวงบุญสำคัญของชาวพุทธทั่วโลก)เหตุการณ์สำคัญที่ เกิดในวันมาฆบูชา เกิดภายในบริเวณที่ตั้งของ "กลุ่มพุทธสถานโบราณวัดเวฬุวันมหาวิหาร" ภายในอาณาบริเวณของวัดเวฬุวันมหาวิหาร ซึ่งลานจาตุรงคสันนิบาตอันเป็นจุดที่เกิดเหตุการณ์สำคัญในวันมาฆบูชานั้น ยังคงเป็นที่ถกเถียงและหาข้อสรุปทางโบราณคดีไม่ได้มาจนถึงปัจจุบัน
วัดเวฬุวันมหาวิหาร
"วัดเวฬุวันมหาวิหาร" เป็นอาราม (วัด) แห่งแรกในพระพุทธศาสนา ตั้งอยู่ใกล้เชิงเขาเวภารบรรพต บนริมฝั่งแม่น้ำสรัสวดีซึ่งมีตโปธาราม (บ่อน้ำร้อนโบราณ) คั่นอยู่ระหว่างกลาง นอกเขตกำแพงเมืองเก่าราชคฤห์ (อดีตเมืองหลวงของแคว้นมคธ) รัฐพิหาร ประเทศอินเดียในปัจจุบัน (หรือ แคว้นมคธ ชมพูทวีป ในสมัยพุทธกาล)
วัดเวฬุวันในสมัยพุทธกาล
เดิม วัดเวฬุวันเป็นพระราชอุทยานสำหรับเสด็จพระพาสของพระเจ้าพิมพิสาร เป็นสวนป่าไผ่ร่มรื่นมีรั้วรอบและกำแพงเข้าออก เวฬุวันมีอีกชื่อหนึ่งปรากฏในพระสูตรว่า "พระวิหารเวฬุวันกลันทกนิวาปสถาน"หรือ "เวฬุวันกลันทกนิวาป" (สวนป่าไผ่สถานที่สำหรับให้เหยื่อแก่กระแต) พระเจ้าพิมพิสารได้ถวายพระราชอุทยานแห่งนี้เป็นวัดในพระพุทธศาสนาหลังจากได้ สดับพระธรรมเทศนาอนุปุพพิกถาและจตุราริยสัจจ์ ณ พระราชอุทยานลัฏฐิวัน (พระราชอุทยานสวนตาลหนุ่ม) โดยในครั้งนั้นพระองค์ได้บรรลุพระโสดาบัน เป็นพระอริยบุคคลในพระพุทธศาสนา และหลังจากการถวายกลันทกนิวาปสถานไม่นาน อารามแห่งนี้ก็ได้ใช้เป็นสถานที่สำหรับพระสงฆ์ประชุมจาตุรงคสันนิบาตครั้ง ใหญ่ในพระพุทธศาสนา อันเป็นเหตุการณ์สำคัญในวันมาฆบูชา
วัดเวฬุวันหลังการปรินิพพานหลังพระพุทธเจ้าเสด็จ ปรินิพพาน วัดเวฬุวันได้รับการดูแลมาตลอด โดยเฉพาะมูลคันธกุฎีที่มีพระสงฆ์เฝ้าดูแลทำการปัดกวาดเช็ดถูปูลาดอาสนะและ ปฏิบัติต่อสถานที่ ๆ พระพุทธเจ้าเคยประทับอยู่ทุก ๆ แห่ง เหมือนสมัยที่พระพุทธองค์ทรงพระชนมชีพอยู่มิได้ขาด โดยมีการปฏิบัติเช่นนี้ติดต่อกันกว่าพันปี
แต่จากเหตุการณ์ย้ายเมืองหลวงแห่งแคว้นมคธหลายครั้งในช่วง พ.ศ. 70 ที่เริ่มจากอำมาตย์และราษฎรพร้อมใจกันถอดกษัตริย์นาคทัสสก์แห่งราชวงศ์ของ พระเจ้าพิมพิสารออกจากพระราชบัลลังก์ และยกสุสูนาคอำมาตย์ซึ่งมีเชื้อสายเจ้าลิจฉวีในกรุงเวสาลีแห่งแคว้นวัชชี เก่า ให้เป็นกษัตริย์ตั้งราชวงศ์ใหม่แล้ว พระเจ้าสุสูนาคจึงได้ทำการย้ายเมืองหลวงของแคว้นมคธไปยังเมืองเวสาลีอันเป็น เมืองเดิมของตน และกษัตริย์พระองค์ต่อมาคือพระเจ้ากาลาโศกราช ผู้เป็นพระราชโอรสของพระเจ้าสุสูนาค ได้ย้ายเมืองหลวงของแคว้นมคธอีก จากเมืองเวสาลีไปยังเมืองปาตลีบุตร ทำให้เมืองราชคฤห์ถูกลดความสำคัญลงและถูกทิ้งร้าง ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้วัดเวฬุวันขาดผู้อุปถัมภ์และถูกทิ้งร้างอย่าง สิ้นเชิงในช่วงพันปีถัดมา
โดยปรากฏหลักฐานบันทึกของหลวงจีนฟาเหียน (Fa-hsien) ที่ได้เข้ามาสืบศาสนาในพุทธภูมิในช่วงปี พ.ศ. 942 - 947 ในช่วงรัชสมัยของพระเจ้าจันทรคุปต์ที่ ๒ (พระเจ้าวิกรมาทิตย์) แห่งราชวงศ์คุปตะ ซึ่งท่านได้บันทึกไว้ว่า เมืองราชคฤห์อยู่ในสภาพปรักหักพัง แต่ยังทันได้เห็นมูลคันธกุฎีวัดเวฬุวันปรากฏอยู่ และยังคงมีพระภิกษุหลายรูปช่วยกันดูแลรักษาปัดกวาดอยู่เป็นประจำ แต่ไม่ปรากฏว่ามีการบันทึกถึงสถานที่เกิดเหตุการณ์จาตุรงคสันนิบาตแต่ประการ ใด
แต่หลังจากนั้นประมาณ 200 ปี วัดเวฬุวันก็ถูกทิ้งร้างไป ตามบันทึกของพระถังซำจั๋ง (Chinese traveler Hiuen-Tsang) ซึ่งได้จาริกมาเมืองราชคฤห์ราวปี พ.ศ. 1300 ซึ่งท่านบันทึกไว้แต่เพียงว่า ท่านได้เห็นแต่เพียงซากมูลคันธกุฎีซึ่งมีกำแพงและอิฐล้อมรอบอยู่เท่านั้น (ในสมัยนั้นเมืองราชคฤห์โรยราถึงที่สุดแล้ว พระถังซำจั๋งได้แต่เพียงจดตำแหน่งที่ตั้งทิศทางระยะทางของสถูปและโบราณสถาน เก่าแก่อื่น ๆ ในเมืองราชคฤห์ไว้มาก ทำให้เป็นประโยชน์แก่นักประวัติศาสตร์และนักโบราณคดีในการค้นหาโบราณสถาน ต่าง ๆ ในเมืองราชคฤห์ในปัจจุบัน)

จุดแสวงบุญและสภาพของวัดเวฬุวันในปัจจุบัน
ปัจจุบัน หลังถูกทอดทิ้งเป็นเวลากว่าพันปี และได้รับการบูรณะโดยกองโบราณคดีอินเดียในช่วงที่อินเดียยังเป็นอาณานิคมของ อังกฤษ วัดเวฬุวัน ยังคงมีเนินดินโบราณสถานที่ยังไม่ได้ขุดค้นอีกมาก สถานที่สำคัญ ๆ ที่พุทธศาสนิกชนในปัจจุบันนิยมไปนมัสการคือ "พระมูลคันธกุฎี" ที่ปัจจุบันยังไม่ได้ทำการขุดค้น เนื่องจากมีกุโบร์ของชาวมุสลิมสร้างทับไว้ข้างบนเนินดิน, "สระกลันทกนิวาป" ซึ่งปัจจุบันรัฐบาลอินเดียได้ทำการบูรณะใหม่อย่างสวยงาม, และ "ลานจาตุรงคสันนิบาต" อันเป็นลานเล็ก ๆ มีซุ้มประดิษฐานพระพุทธรูปยืนปางประทานพรอยู่กลางซุ้ม ลานนี้เป็นจุดสำคัญที่ชาวพุทธนิยมมาทำการเวียนเทียนสักการะ (ลานนี้เป็นลานที่กองโบราณคดีอินเดียสันนิษฐานว่าพระพุทธองค์ทรงแสดงโอวาท ปาฏิโมกข์ในจุดนี้)

จุดที่เกิดเหตุการณ์สำคัญในวันมาฆบูชา (ลานจาตุรงคสันนิบาต)
ถึง แม้ว่าเหตุการณ์จาตุรงคสันนิบาตจะเป็นเหตุการณ์สำคัญยิ่งที่เกิดในบริเวณวัด เวฬุวันมหาวิหาร แต่ทว่าไม่ปรากฏรายละเอียดในบันทึกของสมณทูตชาวจีนและในพระไตรปิฎกแต่อย่าง ใดว่าเหตุการณ์ใหญ่นี้เกิดขึ้น ณ จุดใดของวัดเวฬุวัน รวมทั้งจากการขุดค้นทางโบราณคดีก็ไม่ปรากฏหลักฐานว่ามีการทำเครื่องหมาย (เสาหิน) หรือสถูประบุสถานที่ประชุมจาตุรงคสันนิบาตไว้แต่อย่างใด (ตามปกติแล้วบริเวณที่เกิดเหตุการณ์สำคัญทางพระพุทธศาสนา มักจะพบสถูปโบราณหรือเสาหินพระเจ้าอโศกมหาราชสร้างหรือปักไว้เพื่อเป็น เครื่องหมายสำคัญสำหรับผู้แสวงบุญ) ทำให้ในปัจจุบันไม่สามารถทราบโดยแน่ชัดว่าเหตุการณ์จาตุรงคสันนิบาตเกิดขึ้น ในจุดใดของวัด
ในปัจจุบันกองโบราณคดีอินเดียได้แต่เพียงสันนิษฐานว่า "เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดในบริเวณลานด้านทิศตะวันตกของสระกลันทกนิวาป" (โดยสันนิษฐานเอาจากเอกสารหลักฐานว่าเหตุการณ์ดังกล่าวมีพระสงฆ์ประชุมกัน มากถึงสองพันกว่ารูป และเกิดในช่วงที่พระพุทธองค์พึ่งได้ทรงรับถวายอารามแห่งนี้ การประชุมครั้งนั้นคงยังต้องนั่งประชุมกันตามลานในป่าไผ่ เนื่องจากเสนาสนะหรือโรงธรรมสภาขนาดใหญ่ยังคงไม่ได้สร้างขึ้น และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบันลานด้านทิศตะวันตกของสระกลันทกนิวาป เป็นลานกว้างลานเดียวในบริเวณวัดที่ไม่มีโบราณสถานอื่นตั้งอยู่) โดยได้นำพระพุทธรูปยืนปางประทานพรไปประดิษฐานไว้บริเวณซุ้มเล็ก ๆ กลางลาน และเรียกว่า "ลานจาตุรงคสันนิบาต" ซึ่งในปัจจุบันก็ยังไม่มีข้อสรุปแน่ชัดว่าลานจาตุรงคสันนิบาตที่แท้จริงอยู่ ในจุดใด และยังคงมีชาวพุทธบางกลุ่มสร้างซุ้มพระพุทธรูปไว้ในบริเวณอื่นของวัดโดย เชื่อว่าจุดที่ตนสร้างนั้นเป็นลานจาตุรงคสันนิบาตที่แท้จริง แต่พุทธศาสนิกชนชาวไทยส่วนใหญ่ก็เชื่อตามข้อสันนิษฐานของกองโบราณคดีอินเดีย ดังกล่าว โดยนิยมนับถือกันว่าซุ้มพระพุทธรูปกลางลานนี้เป็นจุดสักการะของชาวไทยผู้มา แสวงบุญจุดสำคัญ 1 ใน 2 แห่งของเมืองราชคฤห์ (อีกจุดหนึ่งคือพระมูลคันธกุฎีบนยอดเขาคิชกูฏ)
 กิจกรรมต่างๆ ที่ควรปฏิบัติในวันมาฆบูชา
 การปฎิบัติตนสำหรับพุทธศาสนาในวันนี้ก็คือ การทำบุญ ตักบาตรในตอนเช้า หรือไม่ก็จัดหาอาหารคาวหวานไปทำบุญฟังเทศน์ที่วัด ตอนบ่ายฟังพระแสดงพระธรรมเทศนา ในตอนกลางคืน จะพากันนำดอกไม้ ธูปเทียน ไปที่วัดเพื่อชุมนุมกันทำพิธีเวียนเทียน รอบพระอุโบสถ พร้อมกับพระภิกษุสงฆ์โดยเจ้าอาวาสจะนำว่า นะโม ๓ จบ จากนั้นกล่าวคำ ถวาย ดอกไม้ธูปเทียน ทุกคนว่าตาม จบแล้วเดิน เวียนขวา ตลอดเวลาให้ระลึกถึง พระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ จนครบ ๓ รอบ แล้วนำดอกไม้ ธูปเทียนไปปักบูชาตามที่ทางวัด เตรียมไว้ เป็นอันเสร็จพิธี
ขอบคุณข้อมูลจาก : dhammathai.org,วิกิพีเดีย
...เรื่องที่เกี่ยวข้องกับ วันมาฆบูชา ...
- เดินสายไหว้พระ 9 วัด ในวันมาฆบูชา
- วันมาฆบูชา
- ความสำคัญวันมาฆบูชา

ผู้สนับสนุนหลัก:  แหล่งรวมผลิตภัณฑ์ ดูแล "ผิวขาว" เปล่งประกายออร่า : www.chivabeauty.com
สปาผิวขาว คอร์สผิวขาว คอร์สเจ้าสาว ดูแลผิวเองได้แล้วที่บ้าน 
ครีมหน้าใส ผิวขาว สำหรับเตรียมพร้อมผิวก่อนเป็นดารา นักร้อง นักแสดง  www.chivabeauty.com 

ติดตามอัพเดตผลิตภัณฑ์สำหรับผิวสวยของคุณได้ ตลอด 24 hr ผ่านทาง facebook fanpage 
facebook : http://www.facebook.com/chivabeautyshop 

"ครีมหน้าใส" อื่นๆ :ครีมนมข้าวครีมน้ำนมข้าวครีมกันแดดซิลิโคนครีมหน้าใสเซรั่ม ขาว ใส ยกกระชับครีมตัวขาวครีม เซรั่ม ใต้ตาเจล หน้าใส ยกกระชับ ปรับผิวขาวสบู่หน้าใสครีม เซรั่ม เจล ลดสิวบรรจุภัณฑ์สติกเกอร์ โลโก้ ครีมหน้าใสผิวขาว , ครีมหน้าขาว , ครีมนมผึ้งครีมน้ำนมผึ้งครีมสาหร่าย
กด Link(ถูกใจ) หน้า page ครีมสาหร่าย สีเข้ม สอบถามอัพเดตข่าวสาร ได้ที่ หน้า page นี้เลยนะค่ะ

พริตตี้ มอเตอร์โชว์ 2012 ----> ผู้สนับสนุนครีมสาหร่าย ครีมหน้าใส

ติดตาม ดูทีวีออนไลน์  ได้ 24 hr กับ  http://tv.sanook.com/

วันพฤหัสบดีที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2555

ฝึกแปลภาษาอังกฤษ จาก เพลงใหม่ ไกลแค่ไหนคือใกล้



ฟัง เพลงใหม่ ไกลแค่ไหนคือใกล้

พยายามจะทำวิธีต่างต่างให้เธอนั้นรักฉัน
พยายามทุกวัน มอบให้ทุกอย่างที่เธอต้องการ
เหมือนเดินบนสะพานที่มีปลายทางคือใจของเธอ
ยังคงคิดและหวังจะนำเอารักแท้นี้ไปให้

Different ways to try to make her love me.
Every day we try to keep everything she needs.
Like walking on the bridge at the end is her mind.
Still think and hope this will lead to true love.


แต่ทำไม เดินมาเนิ่นนานไม่ถึงซักที
แต่ทำไม มองดูเส้นทางเหมือนยาวออกไป
อยากรู้ว่าฉันต้องทำตัวอย่างไร


But why not a long walk once.
But it looks like a long way off.
I know I have to behave.


อีกไกลแค่ไหน จนกว่าฉันจะใกล้ บอกที
อีกไกลแค่ไหนจนกว่าเธอจะรักฉัน เสียที
มีทางใดที่อาจทำให้เธอสนใจ ได้โปรด
บอกกับฉันให้รู้ที ว่าสุดท้ายแล้วฉันยังมีความหมาย


And how far until I tell it to.
And how far she would love me until defeated.
Is there any way that could cause you do not please.
Tell me about it. Finally, I also have that meaning.


ยังไม่คิดยอมแพ้ ฉันเพียงแต่อ้อนล้าก็เท่านั้น
ภายในใจยังคงรักเธอเหมือนเดิม ไม่เคยเปลี่ยน
คงจะดีไม่น้อย ถ้าเธอบอกให้ฉันได้รับรู้
ความในใจของเธอ เหตุผลต่างต่างที่ยังซ่อนไว้


I do not give up. I've only worn it only
I still love her the same. Do not ever change.
I would not. If she told me to get to know.
In her mind. Various reasons are hidden.


ว่าทำไมเดินมาเนิ่นนานไม่ถึงซักที
แต่ทำไม มองดูเส้นทางเหมือนยาวออกไป
อยากรู้ว่าฉันต้องทำตัวอย่างไร


Why not a long walk once.
But it looks like a long way off.
I know I have to behave.


อีกไกลแค่ไหน จนกว่าฉันจะใกล้ บอกที
อีกไกลแค่ไหนจนกว่าเธอจะรักฉัน เสียที
มีทางใดที่อาจทำให้เธอสนใจ ได้โปรด
บอกกับฉันให้รู้ที
ว่าสุดท้ายแล้วฉันยังมีความหมาย มีความหมาย


And how far until I tell it to.
And how far she would love me until defeated.
Is there any way that could cause you do not please.
Tell me about it.
Finally, I have also had a significant meaning.


อีกไกลแค่ไหน จนกว่าฉันจะใกล้ บอกที
อีกไกลแค่ไหนจนกว่าเธอจะรักฉัน เสียที
มีทางใดที่อาจทำให้เธอสนใจ ได้โปรด
บอกกับฉันให้รู้ที ว่าสุดท้ายแล้วฉันยังมีความหมาย


And how far until I tell it to.
And how far she would love me until defeated.
Is there any way that could cause you do not please.
Tell me about it. Finally, I also have that meaning.


 ขอบคุณเนื้อ เพลงใหม่ จาก sanook radio !!!

 เรียบเรียง เพลงใหม่ แปลภาษาอังกฤษ ไกลแค่ไหนคือใกล้ โดย  http://chivalanguage.blogspot.com/
  

วันพุธที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

เรียนรู้การ แปลภาษาอังกฤษ วันลอยกระทง พร้อมแนะนำสถานที่ ลอยกระทงออนไลน์

เรียนรู้การ แปลภาษาอังกฤษ วันลอยกระทง พร้อมแนะนำสถานที่ ลอยกระทงออนไลน์

            Loy Krathong Day is one of the most popular festivals of Thailand celebrated annually on the Full-Moon Day of the Twelfth Lunar Month.  It takes place at a time when the weather is fine as the rainy season is over and there is a high water level all over the country.                                                                                                                        The word “Loy” means “to float”, and “Krathong” means lotus-shaped vessel made of banana leaves. Loy Krathong is, therefore the floating of an illuminated leaf bowl.  But nowadays some krathongs are made of coloured paper.  A krathong usually contains a candle, three joss sticks, some flowers and coins.                                                                                                      The history of Loy Krathong Festival is slightly obscure.  First, it is to ask for apology from the water goddess for having used and sometimes made rivers and canals dirty.  Second, it is to offer flowers, candles and joss sticks as a tribute to the footprint of Lord Buddha on the sandy beach of the Nammatha River in India.  Third, it is to show gratitude to the Phra Mae Kong Ka or Mother of Water.  Fourth, it is to wash away the previous year’s misfortunes.




Vocabulary
vessel (n.)    ภาชนะ,  เรือ
obscure (adj.)  คลุมเครือ
apology (n.)  การขออภัย
tribute (n.)   เครื่องบรรณาการ
gratitude (n.)  ความกตัญญู
misfortune (n.)   โชคร้าย
consort (n.)  ชายา, หม่อม
sin (n.)  บาป, ความชั่วร้าย
suffering (n.) ความทุกข์ทรมาน
firework (n.)  ดอกไม้ไฟ

ค้นหาคำศัพท์เพิ่มเติมที่นี่ --> พจนานุกรม





           The ceremony is believed to have originated in the time of King Ramkhamhaeng of Sukhothai, the first capital of Thailand, and to have been started by Nang Nophamas or Tao Sri Chulalak, the Brahman consort of the King.  She was the first person who introduced “Krathongcherm”, the banana leaf krathong in the form of lotus blossom on the festival night.    The festival starts in the evening when there is a full moon in the sky.  People carry their krathongs to the river and canals.  After lighting candles and joss sticks and making a wish, they gently place the krathongs on the water and let them drift away till they go out of sight.  It is believed that krathongs carry away their sins and bad luck, and happiness will come to them.  Indeed, it is the time to be joyful and happy as the sufferings are floated away.                                                                                                      
          The festival includes a contest of Krathong-making, the Nophamas Queen Contest, local games and performances, entertainment programs and firework displays.  The Loy Krathong song contributes to the romantic atmosphere of this occasion. 


Fireworks and large rafts on the Chao Phraya River, Loi Krathong Festival of Light, Bangkok, November 2004
Loi Krathong takes place on the evening of the full moon of the 12th month in the traditional Thai lunar calendar. In the western calendar this usually falls in November.
Loi literally means 'to float,' while krathong refers to the lotus-shaped receptacle which can float on the water. Originally, the krathong was made of banana leaves or the layers of the trunk of a banana tree or a spider lily plant. A krathong contains food, betel nuts, flowers, joss sticks, candle and coins. Modern krathongs are more often made of bread or styrofoam. A bread krathong will disintegrate in a few a days and be eaten by fish and other animals. The traditional banana stalk krathongs are also biodegradable, but styrofoam krathongs are frowned on, since they are polluting and may take years to disappear. Regardless of the composition, a krathong will be decorated with elaborately-folded banana leaves, flowers, candles and incense sticks. A low value coin is sometimes included as an offering to the river spirits. During the night of the full moon, Thais will float their krathong on a river, canal or a pond lake. The festival is believed to originate in an ancient practice of paying respect to the spirit of the waters. Today it is simply a time to have fun.
Governmental offices, corporations and other organizations usually create big decorated rafts. There are also local and officially organised raft competitions, regarding its beauty and craftsmanship. In addition, there are also fireworks and beauty contests during the celebration of the festival.
The origins of Loi Krathong are stated to be in Sukhothai, but recently scholars have argued that it is in fact an invention from the Bangkok period.According to the writings of H.M. King Rama IV in 1863, the originally Brahmanical festival was adapted by Buddhists in Thailand as a ceremony to honour the original Buddha, Siddhartha Guatama. Apart from venerating the Buddha with light (the candle on the raft), the act of floating away the candle raft is symbolic of letting go of all one's grudges, anger and defilements, so that one can start life afresh on a better foot. People will also cut their fingernails and hair and add them to the raft as a symbol of letting go of the bad parts of oneself. Many Thai believe that floating a raft will bring good luck, and they do it to honor and thank the Goddess of Water, Phra Mae Khongkha (Thai: พระแม่คงคา).
The beauty contests that accompany the festival are known as "Nopphamat Queen Contests". According to legend, Nang Nopphamat (Thai: นางนพมาศ; alternatively spelled as "Noppamas" or "Nopamas") was a consort of the Sukothai king Loethai (14th century) and she had been the first to float a decorated raft. However, this is a new story which was invented during the first part of the 19th century. There is no evidence that a Nang Nopphamat ever existed. Instead it is a matter of fact that a woman of this name was instead the leading character of a novel released during the end of the reign of King Rama III – around 1850. Her character was written as guidance for all women who wished to become civil servants.
Kelantan in Malaysia also celebrates the same celebration, especially in the Tumpat area. The ministry in charge of tourism in Malaysia recognises it as an attraction for tourists. Many people visit the celebration each year.

Yi Peng


Thousands of Khom Loi in Mae Cho,
Loi Krathong coincides with the  (northern Thai) festival known as "Yi Peng"ยี่เป็ง). Due to a difference between the old Lanna calendar and the Thai calendar, Yi Peng is held on a full moon of the 2nd month of the Lanna calendar ("Yi" meaning "2nd" and "Peng" meaning "month" in the Lanna language). A multitude of -style  (khom loi (โคมลอย), literally: "floating lanterns") are launched into the air where they resemble large flocks of giant fluorescent jellyfish gracefully floating by through the sky. The festival is meant as a time for tham bun (: ทำบุญ), to make. People usually make khom loi from a thin fabric, such as rice paper, to which a candle or fuel cell is attached. When the fuel cell is lit, the resulting hot air which is trapped inside the lantern creates enough lift for the khom loi to float up in to the sky. In addition, people will also decorate their houses, gardens and temples with khom fai (โคมไฟ): intricately shaped paper lanterns which take on different forms. Khom thue (โคมถือ) are lanterns which are carried around hanging from a stick, khom khwaen (โคมแขวน) are the hanging lanterns, and khom pariwat (โคมปริวรรต) which are placed at temples and which revolve due to the heat of the candle inside. The most elaborate Yi Peng celebrations can be seen in  the ancient capital of the former Lanna kingdom, where now both Loi Krathong and Yi Peng are celebrated at the same time resulting in lights floating on the waters, lights hanging from trees/buildings or standing on walls, and lights floating by in the sky. The tradition of Yi Peng was also adopted by certain

ประวัติวันลอยกระทงและการแนะนำสถานที่ ลอยกระทงออนไลน์ พอสังเขป
เป็นวันสำคัญวันหนึ่งของชาวไทยส่วนใหญ่ ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 ตามปฏิทินจันทรคติไทย หรือเดือนยี่(เดือนที่ 2) ตามปฏิทินจันทรคติล้านนา"มักจะ" ตกอยู่ในราวเดือนพฤศจิกายน ตามปฏิทินสุริยคติประเพณีนี้กำหนดขึ้นเพื่อเป็นการสะเดาะเคราะห์และขอขมาต่อ พระแม่คงคา บางหลักฐานเชื่อว่าเป็นการบูชารอยพระพุทธบาทที่ริมฝั่งแม่น้ำนัมทามหานที และบางหลักฐานก็ว่าเป็นการบูชาพระอุปคุตอรหันต์หรือพระมหาสาวก สำหรับประเทศไทยประเพณีลอยกระทงได้กำหนดจัดในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณที่ติดกับแม่น้ำ ลำคลอง หรือ แหล่งน้ำต่าง ๆ ซึ่งแต่ละพื้นที่ก็จะมีเอกลักษณ์ที่น่าสนใจแตกต่างกันไป
ในวันลอยกระทง

              ผู้ คนจะพากันทำ "กระทง" จากวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ตบแต่งเป็นรูปคล้ายดอกบัวบาน ปักธูปเทียน และนิยมตัดเล็บ เส้นผม หรือใส่เหรียญกษาปณ์ลงไปในกระทง แล้วนำไปลอยในสายน้ำ (ในพื้นที่ติดทะเล ก็นิยมลอยกระทงริมฝั่งทะเล) เชื่อว่าเป็นการลอยเคราะห์ไป นอกจากนี้ยังเชื่อว่าการลอยกระทง เป็นการบูชาพระแม่คงคาด้วย


ประเพณีลอยกระทงในแต่ละท้องถิ่น

             ลอยกระทง ภาคเหนือตอนบน นิยมทำโคมลอย เรียกว่า "ลอยโคม" หรือ "ว่าวฮม" หรือ "ว่าวควัน" ทำจากผ้าบางๆ แล้วสุมควันข้างใต้ให้ลอยขึ้นไปในอากาศอย่างบอลลูน ประเพณีของชาวเหนือนี้เรียกว่า "ยี่เป็ง" หมายถึงการทำบุญในวันเพ็ญเดือนยี่(ซึ่งนับวันตามแบบล้านนา ตรงกับวันเพ็ญเดือนสิบสองในแบบไทย)


จังหวัดตาก จะลอยกระทงขนาดเล็กทยอยเรียงรายไปเป็นสาย เรียกว่า "กระทงสาย"


จังหวัดสุโขทัย ขบวนแห่โคมชักโคมแขวน การเล่นพลุตะไล ไฟพะเนียง


ลอยกระทง ภาคอีสานจะตบแต่งเรือแล้วประดับไฟ เป็นรูปต่างๆ เรียกว่า "ไหลเรือไฟ"


ลอยกระทง กรุงเทพฯ จะมี งานภูเขาทอง เป็นรูปแบบงานวัด เฉลิมฉลองราว7-10วัน ก่อนงานลอยกระทง และจบลงในช่วงหลังวันลอยกระทง


ลอยกระทง ภาคใต้ อย่างที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลาก็มีการจัดงานอย่างยิ่งใหญ่ นอกจากนั้น ในจังหวัดอื่นๆ ก็จะจัดงานวันลอยกระทงด้วยเช่นกัน

นอกจากนี้ในแต่ละท้องถิ่นยังอาจมีประเพลอยกระทงที่แตกต่างกันไป และสืบทอดต่อกันเรื่อยมา

แนะนำสถานที่ ลอยกระทงออนไลน์

ประวัติ
              เดิมเชื่อกันว่าประเพณีลอยกระทงเริ่มมีมาแต่สมัยสุโขทัย ในรัชสมัยพ่อขุนรามคำแหง โดยมีนางนพมาศ เป็นผู้ประดิษฐ์กระทงขึ้นครั้งแรก โดยแต่เดิมเรียกว่าพิธีจองเปรียง ที่ลอยเทียนประทีป และนางนพมาศได้นำดอกโคทม ซึ่งเป็นดอกบัวที่บานเฉพาะวันเพ็ญเดือนสิบสองมาใช้ใส่เทียนประทีป แต่ปัจจุบันมีหลักฐานว่าไม่น่าจะเก่ากว่าสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น โดยอ้างอิงหลักฐานจากภาพจิตรกรรมการสร้างกระทงแบบต่างๆ ในสมัยรัชกาลที่ 3


ปัจจุบันวันลอยกระทงเป็นเทศกาลที่สำคัญของไทย
              ที่มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศมาเที่ยวปีละมากๆ ทั้งนี้ในช่วงเวลาดังกล่าวมักจะเป็นช่วงต้นฤดูหนาว และมีอากาศดี ในวันลอยกระทง ยังนิยมจัดประกวดนางงาม เรียกว่า "นางนพมาศ"

ความเชื่อเกื่ยวกับวันลอยกระทง
# เป็นการขอขมาพระแม่คงคา ที่มนุษย์ได้ใช้น้ำ ได้ดื่มกินน้ำ รวมไปถึงการทิ้งสิ่งปฏิกูลต่างๆ ลงในแม่น้ำ
# เป็นการสักการะรอยพระพุทธบาท ที่พระพุทธเจ้าทรงได้ประทับรอยพระบาทไว้หาดทรายแม่น้ำนัมมทานที ในประเทศอินเดีย
# เป็นการลอยความทุกข์ ความโศกรวมถึงโรคภัยต่างๆ ให้ลอยไปกับแม่น้ำ
# ชาวไทยในภาคเหนือมีความเชื่อว่า การลอยกระทงเป็นการบูชาพระอุปคุต ตามตำนานเล่าว่า พระอุปคุตทรงสามารถปราบพญามารได้
แนะนำสถานที่ ลอยกระทงออนไลน์

วันจันทร์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

วันพุธที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2555

เรียนภาษาอังกฤษ ด้วย Part Of Speeches ตอนที่ 1

เรียนภาษาอังกฤษ ด้วย Part Of Speeches
1. Noun (คำนาม)
2. Pronoun (สรรพนาม)
3. Adjective (คุณศัพท์)
4. Verb (คำกิริยา)
5. Adverb(คำกิริยาวิเศษณ์)
6.Preposition(บุพบท)
7.Conjunction(คำสันธาน)
8.Interjection(คำอุทาน)

Noun คำนาม คือคำที่ใช้เรียก ชื่อ คน สัตว์ สิ่งของ สถานที่ คุณสมบัติ สถานการณ์ การกระทำ
Article ใช้นำหน้า คำนาม
- Indefinite Article --> a, an
- Definite Article ---> the
1. A --> ใช้กับนามนับได้เอกพจน์ ตัวอย่าง A boy is running (เด็กผู้ชายคนหนึ่งกำลังวิ่ง), He is a teacher.(เขาเป็นครูคนหนึ่ง)
2. a + noun ที่อักษรตัวแรกเป็นพยัญชนะ ตัวอย่างเช่น a European, a union, a uniform, a university
3. an + นามนับได้เอกพจน์ ตัวอักษรตัวแรกเป็นสระ an animal, an orange
    an + นามที่ตัวอักษรตัวแรกออกเสียงเหมือนสระ an honesty
4. a,an + อาชีพ ---> hero , genius, fool, thief,liar,a doctor, a pilot, a hero
5. a, an + อัตราต่อ 1 หน่วย ---> an hour , a day
6. a, an + adj ขยายนาม (มีหรือไม่ก็ได้) ตัวอย่างเช่น
    (such,many,quite,rather,what) + a,an + adj + noun
    ตัวอย่างเช่น many artists can do that , I have never eaten such a good meal
7. a,an + noun เอกพจน์
   (so,too,how,as) + adj + a,an + noun เอกพจน์
    - we didn't expect so great a crowd. (พวกเราไม่คิดว่าผู้คนจะมามากขนาดนี้)
    - This is too hard a job for him. นี่เป็นงานที่หนักเกินไปสำหรับเขา
    - How beautiful a girl she is. หล่อนเป็นผู้หญิงที่สวยอะไรอย่างนี้

-->
เขียนโดย : เรียนภาษาอังกฤษ, ภาษาอังกฤษ, แปลภาษา,

วันศุกร์ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2555

มาเรียนภาษาอังกฤษด้วยเพลงกันดีกว่า

มาเรียนภาษาอังกฤษด้วยเพลงกันคร้าาาา



เนื้อ เพลงใหม่ ภาษาอังกฤษ

Well you done done me and you bet I felt it
คุณทำให้ผมรัก และผมก็รักคุณเข้าอย่างจัง

I tried to be chill but you’re so hot that I melted
ผมพยายามจะเมินเฉยกับคุณ แต่คุณก็มีเสน่ห์จนผมใจละลาย

I fell right through the cracks
ผมรู้สึกเหมือนอยู่ในภาวะจิตเสื่อม

and now I’m trying to get back
และตอนนี้ผมพยายามทำตัวให้เป็นปกติ

Before the cool done run out
ก่อนที่สิ่งดีๆกำลังจะหมดไป

I’ll be giving it my bestest
ผมจะมอบสิ่งที่ดีที่สุดของผมให้กับคุณ

Nothing’s going to stop me but divine intervention
ไม่มีอะไรที่จะหยุดผมได้ แต่การแทรกแซงของพระเจ้านั้น

I reckon it’s again my turn to win some or learn some
ผมจึงกลับมาคิดอีกที ว่าผมจะต้องรู้จักถึงการชนะบ้าง และเรียนรู้บ้าง

I won’t hesitate no more, no more
ผมจะไม่ลังเลอีกต่อไปแล้ว ไม่ลังเลอีกแล้ว

It cannot wait, I’m yours
ผมไม่สามารถทนรอได้ ผมเป็นของคุณ

* Well open up your mind and see like me
ช่วยเปิดใจของคุณ และมองมาที่ผมหน่อย

Open up your plans and damn you’re free
ช่วยเปิดแผนชีวิตของคุณ และทำลายมันซะ ปล่อยตัวคุณให้เป็นอิสระ

Look into your heart and you’ll find love love love
ลองมองเข้าไปในหัวใจ และคุณก็จะพบแต่คำว่า รัก รัก รัก

Listen to the music of the moment maybe sing with me
ฟังเสียงเพลงในตอนนี้ดูสิ คุณจะร้องเพลงนี้พร้อมผมก็ได้นะ ถ้าเป็นไปได้

Ah la peaceful melody
บทเพลงแห่งสันติภาพไง

It’s your God-forsaken right to be loved love loved love loved
เทพเจ้าแห่งความโชคร้ายของคุณ ยังพูดคำว่า รัก รัก รัก รักกัน

** So I won’t hesitate no more, no more
ดังนั้นผมจะไม่ลังเลอีกต่อไปแล้ว ไม่ลังเลอีกแล้ว

It cannot wait I’m sure
ผมไม่สามารถทนรอได้ ผมมั่นใจ

There’s no need to complicate
มันไม่ได้มีอะไรที่ซับซ้อนเลยนะ

Our time is short
เวลาของพวกเราแสนสั้น

This is our fate, I’m yours
สิ่งนี้คือพรมลิขิต ผมเป็นของคุณ

I’ve been spending way too long checking my tongue in the mirror
ผมใช้เวลาไปมากมายกับการสำรวจลิ้นของตัวเองอยู่หน้ากระจก

And bending over backwards just to try to see it clearer
แลบลิ้นเข้าๆออกๆเพื่อดูว่ามันสะอาดแล้ว (จะทำไปทำไม??? อิอิ)

My breath fogged up the glass
ลมหายใจของผมเป็นไอเกาะบนกระจก

And so I drew a new face and laughed
และผมก็วาดรูป

I guess what i’ma saying is there ain’t no better reason
ผมก็เข้าใจนะว่าสิ่งที่ผมพูดออกไปนั้น เหตุผลคงไม่ดีพอ

To rid yourself of vanity and just go with the seasons
ขอให้คุณช่วยสละทิฐิของตัวเองทิ้งไป และก้าวไปในช่วงเวลาของเรา

It’s what we aim to do
ว่าอะไรคือเป้าหมายของเรา

Our name is our virtue
และพวกเราจะจารึกชื่อของเราไว้

*/**/*

No please, don’t hesitate
ได้โปรด อย่าลังเลใจอีกเลย

no more, no more
อย่าเลยนะ อย่าเลย

It cannot wait
ผมรอต่อไปไม่ได้แล้ว

The sky is your’s!
ขนาดท้องฟ้าก็ยังเป็นคุณ

-------------------------------------------------------------------------
เนื้อเพลง: I'm Yours - Jason Mraz

Title: I'm Yours
Artist: Jason Mraz

Well, you done done me and you bet I felt it
I tried to be chill but your so hot that I melted
I fell right through the cracks, now I'm tryin to get back
before the cool done run out I'll be givin it my best test
and nothin's gonna stop me but divine intervention
I reckon it's again my turn to win some or learn some

But I won't hesitate no more,
no more, it cannot wait
I'm yours

Well open up your mind and see like me
open up your plans and damn you're free
look into your heart and you'll find love love love love
listen to the music of the moment people dance and sing
We're just one big family
And it's our godforsaken right to be loved loved loved loved loved

So, i won't hesitate no more,
no more, it cannot wait i'm sure
there's no need to complicate our time is short
this is our fate
I'm yours

*scat*

I've been spendin' way too long checkin' my tongue in the mirror
and bendin' over backwards just to try to see it clearer
But my breath fogged up the glass
and so I drew a new face and I laughed
I guess what I'd be sayin' is there ain't no better reason
to rid yourself of vanities and just go with the seasons
it's what we aim to do
our name is our virtue

But I won't hesitate no more,
no more it cannot wait
I'm yours

Well open up your mind and see like me
open up your plans and damn you're free
look into your heart and you will find that the sky is yours

so please don't, please don't, please don't,
there's no need to complicate,
Cause our time is short
This, this, this is our fate,
I'm yours

*scat*

ผู้สนับสนุน : เพลงรักหวานซึ้้ง ภาษาอังกฤษ ร้าน ครีมสาหร่าย หน้าใส